ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสวิจารณ์เกี่ยวกับรูปแบบการเล่นของ อาร์เซน่อล (Arsenal) ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า (Mikel Arteta) กลับมาเป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอล อังกฤษ อีกครั้ง หลังจากพวกเขาเอาชนะ เชลซี (Chelsea) ด้วยสองประตูที่เกิดจากลูกตั้งเตะ อดีตกองหน้าทีมชาติ อังกฤษ และแชมป์ พรีเมียร์ลีก (Premier League) อย่าง คริส ซัตตัน (Chris Sutton) แสดงความคิดเห็นว่า “อาร์เซน่อล ได้ประตูจากลูกตั้งเตะอีกแล้ว ถ้าพวกเขาคว้าแชมป์ลีกได้จริง ทีมนี้อาจกลายเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่เล่นฟุตบอลน่าเกลียดที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ได้” ในขณะที่อดีตกองกลางระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) อย่าง พอล สโคลส์ (Paul Scholes) ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นในทำนองเดียวกัน โดยเขามองว่า “ทีมของ อาร์เซน่อล อาจเป็นทีมที่น่าเบื่อที่สุด ที่เคยคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก” คำวิจารณ์เหล่านี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญขึ้นมา นั่นคือ รูปแบบการเล่นของ อาร์เซน่อล (Arsenal) ในฤดูกาลนี้ น่าเบื่อหรือไม่น่าดูจริงหรือไม่ และถ้าพวกเขาคว้าแชมป์ลีกได้จริง ตัวเลขทางสถิติจะสนับสนุนคำวิจารณ์เหล่านั้นหรือไม่
ก่อนอื่นต้องยอมรับว่า ฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อล (Arsenal) ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า (Mikel Arteta) กำลังนำเป็นจ่าฝูงของ พรีเมียร์ลีก (Premier League) โดยมีคะแนนนำคู่แข่งถึง 7 คะแนน นอกจากนั้น พวกเขายังผ่านเข้าสู่
- รอบชิงชนะเลิศ ลีก คัพ (League Cup)
- รอบก่อนรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ (FA Cup)
- และยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (UEFA Champions League)
ที่สำคัญ เส้นทางการแข่งขันของพวกเขายังถือว่าอยู่ในสายที่ไม่หนักมากนัก ทำให้มีโอกาสสูงที่จะลุ้นความสำเร็จในหลายรายการพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับ มิเกล อาร์เตต้า (Mikel Arteta) สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องความสวยงามของเกม แต่คือ “ชัยชนะ” เขากล่าวว่า “สิ่งสำคัญคือการเล่นฟุตบอลในแบบที่ดีที่สุดเท่าที่เกมนั้นต้องการ เพื่อให้ทีมมีโอกาสชนะมากที่สุด นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” หากพิจารณาจากสถิติการทำประตูของ อาร์เซน่อล (Arsenal) ในฤดูกาลนี้ ตัวเลขไม่ได้เลวร้ายอย่างที่หลายคนคิด จนถึงตอนนี้ พวกเขายิงไปแล้ว 59 ประตู จากการลงเล่น 30 นัดใน พรีเมียร์ลีก (Premier League) คิดเป็นค่าเฉลี่ย 1.97 ประตูต่อเกม หากพวกเขายังคงรักษาอัตราการยิงประตูในระดับนี้ไปจนจบฤดูกาล พวกเขาอาจกลายเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่ยิงประตูน้อยที่สุดนับตั้งแต่ เลสเตอร์ ซิตี้ (Leicester City) คว้าแชมป์ในฤดูกาล 2015-16 ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 1.79 ประตูต่อเกม แต่ที่น่าสนใจคือ อัตราการทำประตูของ อาร์เซน่อล (Arsenal) ในฤดูกาลนี้ ยังสูงกว่าแชมป์ พรีเมียร์ลีก หลายทีมในอดีต รวมถึง
- ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) ถึง 5 ชุด
- ทีม เชลซี (Chelsea) ของ โชเซ่ มูรินโญ่ (Jose Mourinho) ทั้ง 3 ชุด
- รวมถึงทีม “ไร้พ่าย” ของ อาร์เซน่อล (Arsenal Invincibles) ในฤดูกาล 2003-04
ซึ่งทีมไร้พ่ายของ อาร์แซน เวนเกอร์ (Arsène Wenger) มีค่าเฉลี่ยการยิงประตูเพียง 1.92 ประตูต่อเกมเท่านั้น
จุดที่ทำให้ อาร์เซน่อล ถูกวิจารณ์
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายละเอียดของการทำประตู ก็จะพบสาเหตุสำคัญที่ทำให้ อาร์เซน่อล (Arsenal) ถูกวิจารณ์ จาก 59 ประตูที่ทีมทำได้ในฤดูกาลนี้ มีถึง 24 ประตู ที่มาจากลูกตั้งเตะ คิดเป็น 41 เปอร์เซ็นต์ของประตูทั้งหมด ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก (Premier League) นี่จึงทำให้หลายคนมองว่า เกมรุกของ อาร์เซน่อล (Arsenal) ในโอเพ่นเพลย์ อาจไม่ได้เฉียบคมเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม มีความน่าสนใจอยู่ตรงที่ ผู้ที่ออกมาวิจารณ์ อาร์เซน่อล (Arsenal) อย่าง คริส ซัตตัน (Chris Sutton) และ พอล สโคลส์ (Paul Scholes) ต่างก็เคยเล่นให้กับทีมแชมป์ลีก ที่พึ่งพาลูกตั้งเตะไม่น้อยเช่นกัน ทีม แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (Blackburn Rovers) ชุดแชมป์ฤดูกาล 1994-95 ที่มี คริส ซัตตัน (Chris Sutton) เป็นกำลังสำคัญ ยิงไป 80 ประตู โดย 28 ประตู มาจากลูกตั้งเตะ คิดเป็น 35 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) ชุดแชมป์ฤดูกาล 2007-08 ที่มี พอล สโคลส์ (Paul Scholes) ก็มีสัดส่วนประตูจากลูกตั้งเตะเท่ากัน คือ 35 เปอร์เซ็นต์
เกมโอเพ่นเพลย์ของ อาร์เซน่อล กับการถูกกล่าวหาว่าเป็นทีมแชมป์จากลูกตั้งเตะ

แม้ว่าทีมจะทำประตูจากลูกตั้งเตะได้มาก แต่เมื่อดูเฉพาะการทำประตูจากโอเพ่นเพลย์ อาร์เซน่อล (Arsenal) ยิงได้เฉลี่ยเพียง 1.17 ประตูต่อเกม ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำมากสำหรับทีมที่กำลังลุ้นแชมป์ โดยในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก (Premier League) มีเพียงทีมเดียวที่ยิงประตูจากโอเพ่นเพลย์ได้น้อยกว่านี้ และยังคว้าแชมป์ได้ นั่นคือทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) ชุดแชมป์ฤดูกาลแรกของ พรีเมียร์ลีก ในปี 1992-93 สำหรับ เวย์น รูนี่ย์ (Wayne Rooney) อดีตกองหน้าทีมชาติ อังกฤษ และแชมป์ พรีเมียร์ลีก 5 สมัย เขาไม่เห็นด้วยกับคำวิจารณ์เหล่านี้ เขากล่าวในรายการ The Wayne Rooney Show ว่า “ผมได้ยินคนพูดถึง อาร์เซน่อล เยอะมากเกี่ยวกับสไตล์การเล่นของพวกเขา แต่ผมคิดว่าพวกเขาเล่นได้ยอดเยี่ยม” “ผมสนุกกับการดูพวกเขาเล่น ลูกตั้งเตะก็เป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอล แล้วทำไมคุณจะไม่ใช้มันล่ะ” หนึ่งในผู้วิจารณ์ อาร์เซน่อล (Arsenal) อย่างเปิดเผยคือผู้จัดการทีม ไบรท์ตัน (Brighton) อย่าง ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ (Fabian Hurzeler) หลังเกมที่ทีมของเขาแพ้ อาร์เซน่อล (Arsenal) 0-1 เขาออกมาพูดถึงแนวทางการเล่นของทีมปืนใหญ่ แต่ในเวลาต่อมา เขาเปิดเผยว่า เขาและ มิเกล อาร์เตต้า (Mikel Arteta) ได้พูดคุยกันผ่านข้อความส่วนตัว “เรามีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างดี เขาบอกมุมมองของเขา และผมก็แชร์มุมมองของผม” อย่างไรก็ตาม ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ (Fabian Hurzeler) ยืนยันว่า เขาให้ความเคารพต่อทีม อาร์เซน่อล (Arsenal) อย่างมาก “ถ้าพวกเขาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก พวกเขาสมควรได้รับมันอย่างแน่นอน” ในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก (Premier League) มีหลายทีมที่คว้าแชมป์ได้ แม้จะไม่ได้เล่นฟุตบอลที่สวยงาม ตัวอย่างที่ชัดเจนคือทีม เลสเตอร์ ซิตี้ (Leicester City) ชุดแชมป์ฤดูกาล 2015-16 ทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ (Claudio Ranieri) ยิงไปทั้งหมด 68 ประตู โดย 10 ประตู มาจากลูกจุดโทษ พวกเขายังเป็นทีมที่มีจำนวนการยิงประตู และจำนวนการสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่ง น้อยที่สุดในบรรดาทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่สำคัญ จากชัยชนะ 23 นัดของพวกเขา มีถึง 14 นัด ที่ชนะด้วยสกอร์เพียงลูกเดียว แม้ว่าจะมีคำพูดติดปากว่า “1-0 to the Arsenal” แต่ในฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อล (Arsenal) ชนะด้วยสกอร์ 1-0 เพียง 5 นัด จากชัยชนะทั้งหมด 20 นัด ซึ่งถือว่าน้อยกว่าทีมแชมป์หลายทีมในอดีต
ตัวอย่างเช่น ทีม เชลซี (Chelsea) ชุดแชมป์ฤดูกาล 2004-05 ของ โชเซ่ มูรินโญ่ (Jose Mourinho) ชนะ 1-0 ถึง 11 นัด ขณะที่ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) ชุดแชมป์ฤดูกาล 2008-09 ก็ชนะ 1-0 ถึง 10 นัด อีกหนึ่งคำวิจารณ์ที่มักถูกพูดถึง คือเรื่องของ “ดาร์ก อาร์ตส์” หรือการเล่นแบบเจ้าเล่ห์ในเกม อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากสถิติใบเหลืองของ อาร์เซน่อล (Arsenal) พวกเขาได้รับใบเหลืองเพียง 40 ใบ จาก 30 เกม ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับสถิติของทีมแชมป์ในอดีต
ตัวอย่างเช่น ทีม เชลซี (Chelsea) ชุดแชมป์ฤดูกาล 2014-15 ได้รับใบเหลืองรวมถึง 73 ใบ ยิ่งไปกว่านั้น อาร์เซน่อล (Arsenal) ยังมีโอกาสกลายเป็นเพียงทีมที่ 4 ในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก (Premier League) ที่คว้าแชมป์โดยไม่มีผู้เล่นถูกใบแดงเลยแม้แต่คนเดียว แม้ว่า อาร์เซน่อล (Arsenal) อาจไม่ได้เล่นฟุตบอลที่สวยงามแบบทีม บาร์เซโลน่า (Barcelona) ชุดปี 2008-09 ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (Pep Guardiola)
แต่ตัวเลขทางสถิติแสดงให้เห็นว่า รูปแบบการเล่นของพวกเขา ไม่ได้แตกต่างจากทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในอดีตมากนักหลายทีมที่เคยคว้าแชมป์ลีก ก็เคยพึ่งพาลูกตั้งเตะ เคยชนะด้วยสกอร์เฉือน หรือใช้แท็กติกที่เน้นผลการแข่งขันมากกว่าความสวยงาม ดังนั้น หาก อาร์เซน่อล (Arsenal) สามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก (Premier League) ในฤดูกาลนี้ได้จริง
คำถามที่ควรถามอาจไม่ใช่ว่า “พวกเขาเป็นแชมป์ที่น่าเกลียดหรือไม่” แต่ควรถามว่า “พวกเขาหาวิธีชนะได้ดีแค่ไหน” เพราะในโลกของฟุตบอล สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ความสวยงามของเกม แต่คือ ชัยชนะ.










