สเปอร์สปลด อิกอร์ ทูดอร์ หลังคุมทีมเพียง 44 วัน

การปลด Igor Tudor ออกจากตำแหน่งกุนซือชั่วคราวของ Tottenham Hotspur หลังคุมทีมเพียง 44 วัน ถูกมองว่าเป็นการแก้ไขความผิดพลาดของผู้บริหารสโมสร

การแต่งตั้งทูดอร์ตั้งแต่แรกถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อเขาไม่มีประสบการณ์ใน Premier League มาก่อน

อย่างไรก็ตาม แม้การปลดเขาออกจะเป็นการแก้ไขสถานการณ์อย่างรวดเร็ว แต่หลายฝ่ายก็เชื่อว่าความผิดพลาดนี้ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น

 ความรับผิดชอบตกอยู่ที่ผู้บริหาร

สายตาของแฟนบอลจำนวนมากหันไปจับจ้องที่สองผู้บริหารสำคัญของสโมสร

  • Vinai Venkatesham ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  • Johan Lange ผู้อำนวยการกีฬา

ทั้งสองคนเป็นผู้ผลักดันการแต่งตั้งทูดอร์เข้ามาแทน Thomas Frank ที่ถูกปลดก่อนหน้านี้

แฟนบอลสเปอร์สจำนวนไม่น้อยยังจับตาดูเวนคาเตชามเป็นพิเศษ เนื่องจากเขาเคยทำงานกับ Arsenal มาก่อน

ผลงานที่ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่

Tottenham sacked Igor Tudor after just 44 days

ในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ทูดอร์คุมทีม สเปอร์สลงเล่นไปทั้งหมด 7 นัด

ผลงานที่เกิดขึ้นคือ

  • ชนะเพียง 1 นัด
  • ตกรอบ UEFA Champions League หลังแพ้ Atletico Madrid
  • ไม่ชนะเลยในพรีเมียร์ลีก

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงหลังแพ้คาบ้านต่อ Nottingham Forest 3-0 ซึ่งเป็นเกมที่ทำให้ผู้บริหารตัดสินใจปลดเขาออก

 เงาตกชั้นที่เริ่มชัดเจน

ปัจจุบันสเปอร์สอยู่เพียง อันดับเหนือโซนตกชั้นหนึ่งอันดับ และมีคะแนนมากกว่าเพียงหนึ่งแต้ม

สถานการณ์นี้ทำให้ความกดดันต่อผู้บริหารเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เพราะการเลือกกุนซือคนต่อไปอาจเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดของฤดูกาล

หากการแต่งตั้งครั้งต่อไปล้มเหลวอีกครั้ง สโมสรอาจต้องเผชิญกับสิ่งที่แฟนบอลไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้น นั่นคือการตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก

 การตัดสินใจครั้งต่อไปที่กำหนดอนาคต

สำหรับเวนคาเตชามและลังเก การตัดสินใจครั้งต่อไปไม่ใช่เพียงเรื่องของการเลือกโค้ช แต่เป็นเรื่องของอนาคตทั้งสโมสร

เพราะหากพลาดอีกครั้ง ความผิดพลาดนี้อาจกลายเป็นบาดแผลในประวัติศาสตร์ของสเปอร์ส และอาจส่งผลให้ทีมต้องตกไปเล่นในลีกแชมเปี้ยนชิพ

สเปอร์สสู้สุดใจบุกเสมอลิเวอร์พูล ทูดอร์ส่งสารอย่ายอมแพ้

ก่อนเกมเยือน Liverpool กุนซือ Igor Tudor ของ Tottenham Hotspur ส่งข้อความชัดเจนถึงลูกทีมว่า

“คุณจะอยู่และร้องไห้ หรือจะลุกขึ้นสู้ก็ได้”

สเปอร์สกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังแพ้ติดต่อกัน 4 นัดในพรีเมียร์ลีก และยังเพิ่งพ่าย Atletico Madrid 5-2 ในแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีม นัดแรก

ทูดอร์ยังถูกวิจารณ์อย่างหนักจากการเปลี่ยนตัวผู้รักษาประตู Antonin Kinsky ตั้งแต่นาทีที่ 17 หลังทำผิดพลาดสองครั้ง

 ฟอร์มการเล่นที่เกินความคาดหมาย

แม้สถานการณ์จะเลวร้าย และทีมขาดผู้เล่นถึง 13 คนจากอาการบาดเจ็บและโทษแบน แต่สเปอร์สก็สู้เต็มที่ที่สนามแอนฟิลด์

พวกเขายืนหยัดต่อสู้กับลิเวอร์พูลได้ตลอดทั้งเกม และสามารถคว้าแต้มสำคัญกลับออกมาได้

ผลงานนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการต่อสู้เพื่อหนีการตกชั้นจาก Premier League

 ริชาร์ลิซอน ฮีโร่ท่ามกลางเสียงโห่

Spurs fought bravely to secure a draw against

ดาวเด่นของเกมคือ Richarlison ที่ถูกแฟนบอลลิเวอร์พูลโห่ใส่ตลอดทั้งเกม เนื่องจากเขาเคยเล่นให้ Everton

อย่างไรก็ตาม เขากลับสร้างปัญหาให้แนวรับลิเวอร์พูลอย่าง Virgil van Dijk และ Joe Gomez ตลอดทั้งเกม

ก่อนจะยิงประตูตีเสมอในนาทีที่ 90 หลังจังหวะสร้างโอกาสของ Randal Kolo Muani ที่พาบอลผ่านแนวรับ

หลังทำประตู ริชาร์ลิซอนฉลองด้วยการหันไปทำท่าฟังเสียงแฟนบอล “เดอะ ค็อป” ที่เงียบลงทันที

ความหวังใหม่ของสเปอร์ส

ประตูนี้เป็นลูกที่ 6 ของริชาร์ลิซอนที่ยิงใส่ลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีก และเป็นลูกที่ 5 ที่สนามแอนฟิลด์

มีเพียง Andrew Cole เท่านั้นที่ยิงประตูในฐานะทีมเยือนได้มากกว่า ด้วยสถิติ 8 ประตู

แม้ผลเสมอนี้อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ตำแหน่งของทูดอร์ปลอดภัย แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเขายังสามารถกระตุ้นทีมให้ลุกขึ้นสู้ได้

และสำหรับสเปอร์ส นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งสำคัญเพื่อเอาตัวรอดในฤดูกาลนี้.

แฮร์รี เรดแนปป์ ชี้วิกฤต สเปอร์ส ตอนนี้หนักเกินกว่าจะ ยอมรับได้

สถานการณ์ของสโมสร ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ในฤดูกาลนี้กำลังตกอยู่ในช่วงวิกฤตอย่างหนัก จนทำให้อดีตผู้จัดการทีมระดับตำนานของสโมสรอย่าง แฮร์รี เรดแนปป์ (Harry Redknapp) ต้องออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานของทีมในยุคการคุมทีมของ อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) กุนซือวัย 79 ปี ซึ่งเคยคุมทีม ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ในช่วงปี 2008 ถึง 2012 เปิดเผยว่า สิ่งที่เขาเห็นในเกมล่าสุดของทีมทำให้เขารู้สึกตกใจอย่างมาก และยอมรับว่าไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับทีมมาก่อน ความคิดเห็นของ แฮร์รี เรดแนปป์ (Harry Redknapp) เกิดขึ้นในช่วงที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) กำลังเผชิญกับฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ และต้องเตรียมบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล (Liverpool) ในศึก พรีเมียร์ลีก (Premier League) ที่สนาม แอนฟิลด์ (Anfield)

การเข้ามาของ อิกอร์ ทูดอร์ และความคาดหวังของแฟนบอล

หลังจากสโมสรตัดสินใจปลดผู้จัดการทีมชาว เดนมาร์ก (Denmark) อย่าง โธมัส แฟรงค์ (Thomas Frank) ออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ได้แต่งตั้ง อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) เข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการทีมชั่วคราวจนจบฤดูกาล การแต่งตั้งกุนซือชาว โครเอเชีย (Croatia) รายนี้สร้างความคาดหวังให้กับแฟนบอลจำนวนมาก เนื่องจากเขาเคยมีประสบการณ์คุมทีมระดับสูง รวมถึงการทำงานกับสโมสรยักษ์ใหญ่ของ ประเทศ อิตาลี (Italy) อย่าง ยูเวนตุส (Juventus) อย่างไรก็ตาม ผลงานของทีมหลังจากที่ อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) เข้ามารับตำแหน่งกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทีมต้องพบกับความพ่ายแพ้ติดต่อกันถึง 4 นัด

โดยคู่แข่งที่สามารถเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ได้ ได้แก่

  •         อาร์เซน่อล (Arsenal)
  •         ฟูแล่ม (Fulham)
  •         คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace)
  •         แอตเลติโก มาดริด (Atletico Madrid)

ผลงานดังกล่าวทำให้สถานการณ์ของทีมในฤดูกาลนี้ยิ่งเลวร้ายลง และทำให้แฟนบอลจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับทิศทางของสโมสร

เกมที่ แอต มาดริด จุดชนวนคำวิจารณ์ถาโถม

คิดนส์กี้ วิคาริโอ้

หนึ่งในเกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการแข่งขันกับ แอตเลติโก มาดริด (Atletico Madrid) ที่สนาม วานด้า เมโทรโปลิตาโน (Wanda Metropolitano) ในเกมดังกล่าว ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ และตกเป็นฝ่ายตามหลังถึง 3-0 ภายในเวลาเพียง 15 นาทีแรก สถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งขึ้นเมื่อผู้รักษาประตูดาวรุ่งของทีมอย่าง อันโตนิน คินสกี้ (Antonin Kinsky) ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 17 การตัดสินใจของ อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) ที่ส่ง กูลเยลโม่ วิคาริโอ (Guglielmo Vicario) ลงมาแทน กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก ผู้เล่นหลายคนของทีมเดินตาม อันโตนิน คินสกี้ (Antonin Kinsky) ลงอุโมงค์หลังจากเขาถูกเปลี่ยนตัวออก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดภายในทีม แฮร์รี เรดแนปป์ (Harry Redknapp) เปิดเผยความรู้สึกของเขาเกี่ยวกับเหตุการณ์ในเกมนั้นว่า “ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้นมาก่อน จากสิ่งที่เกิดขึ้นที่ กรุง มาดริด (Madrid) ในคืนนั้น” “ผมรู้สึกแย่แทน อันโตนิน คินสกี้ (Antonin Kinsky) จริง ๆ”เขายอมรับว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในเกมนั้นเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้รักษาประตูดาวรุ่งรายนี้ “มันเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายสำหรับเด็กคนหนึ่ง และผมหวังว่าเขาจะมีคนดี ๆ อยู่รอบตัวเขา” แฮร์รี เรดแนปป์ (Harry Redknapp) ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับสภาพจิตใจของนักเตะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) เขามองว่าความมั่นใจของทีมในเวลานี้อาจอยู่ในระดับต่ำที่สุดแล้ว “นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับ สเปอร์ส (Spurs) พวกเขาไม่สามารถแพ้แบบยับเยินอีกได้ เพราะดูเหมือนว่าความมั่นใจของทีมกำลังตกลงไปถึงจุดต่ำสุด” ก่อนเกมที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) จะต้องไปเยือน ลิเวอร์พูล (Liverpool) ที่สนาม แอนฟิลด์ (Anfield) แฮร์รี เรดแนปป์ (Harry Redknapp) ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสของทั้งสองทีม แม้ว่าเขาจะยอมรับว่า ลิเวอร์พูล (Liverpool) ภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน่ สล็อต (Arne Slot) ก็มีฟอร์มที่ไม่แน่นอนในบางช่วงของฤดูกาล เขากล่าวว่า “มันเป็นเกมที่ทำนายยาก ลิเวอร์พูล (Liverpool) เองก็เล่นได้ไม่ดีนักในเกมที่ อิสตันบูล (Istanbul)” อย่างไรก็ตาม เขามองว่าการแพ้ 1-0 ในสนามแห่งนั้นไม่ใช่เรื่องเลวร้าย “การแพ้ 1-0 ที่สนามนั้นไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ และผมยังคิดว่าพวกเขามีโอกาสผ่านเข้ารอบ” แม้จะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับฟอร์มของ ลิเวอร์พูล (Liverpool) แต่ แฮร์รี เรดแนปป์ (Harry Redknapp) ยังเชื่อว่าทีมจาก เมอร์ซีย์ไซด์ (Merseyside) มีศักยภาพมากพอที่จะเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ได้ เขากล่าวว่า “ในเวลาเดียวกัน ฤดูกาลนี้ของ ลิเวอร์พูล (Liverpool) ก็มีหลายผลการแข่งขันที่คาดไม่ถึง” “ใครจะคิดว่าพวกเขาจะแพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (Wolverhampton Wanderers) ได้” อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงเกมที่กำลังจะเกิดขึ้น เขายังคงให้ ลิเวอร์พูล (Liverpool) เป็นฝ่ายได้เปรียบ เมื่อถูกถามถึงการคาดการณ์ผลการแข่งขัน แฮร์รี เรดแนปป์ (Harry Redknapp) ตอบอย่างชัดเจน “ผมให้ ลิเวอร์พูล (Liverpool) ชนะ 2-0” เขายังพูดถึงผู้เล่นที่น่าจับตามองในเกมนี้ด้วย “คนที่ต้องจับตาดูคือ ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ (Florian Wirtz)” ดาวเตะชาว เยอรมนี (Germany) ทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอในเกมที่ อิสตันบูล (Istanbul) และ แฮร์รี เรดแนปป์ (Harry Redknapp) มองว่า ลิเวอร์พูล (Liverpool) ต้องการผลงานที่ดีกว่านี้จากเขา คำทำนายของ แฮร์รี เรดแนปป์ (Harry Redknapp) ที่มองว่า ลิเวอร์พูล (Liverpool) จะสามารถเก็บคลีนชีตได้ อาจสะท้อนถึงมุมมองของเขาที่มีต่อเกมรุกของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ในช่วงหลายเกมที่ผ่านมา ทีมประสบปัญหาในการสร้างโอกาสทำประตู และฟอร์มการเล่นโดยรวมยังขาดความต่อเนื่อง หากทีมยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ การบุกไปเยือน แอนฟิลด์ (Anfield) อาจกลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่ยากลำบาก สถานการณ์ของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ในเวลานี้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของฤดูกาล การเข้ามาของ อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลงานของทีมได้อย่างที่แฟนบอลคาดหวัง ขณะที่อดีตกุนซือของทีมอย่าง แฮร์รี เรดแนปป์ (Harry Redknapp) ก็แสดงความกังวลเกี่ยวกับสภาพทีมในเวลานี้ เกมกับ ลิเวอร์พูล (Liverpool) ที่สนาม แอนฟิลด์ (Anfield) อาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) เพราะหากทีมยังคงพ่ายแพ้ต่อไป ความกดดันต่อ อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) และอนาคตของทีมในฤดูกาลนี้ อาจยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

“ร้องไห้หรือสู้ต่อ” ทูดอร์ ปลุกใจ สเปอร์ส ฝ่าวิกฤตหนีตกชั้น พรีเมียร์ลีก

สถานการณ์ของสโมสร ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ในฤดูกาลนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของทีม หลังผลงานย่ำแย่อย่างต่อเนื่องใน พรีเมียร์ลีก (Premier League) ทำให้ทีมต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อการตกชั้นจากลีกสูงสุดของ ประเทศ อังกฤษ (England) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1977 ผู้จัดการทีมชั่วคราวของสโมสรอย่าง อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า นักเตะของทีมมีทางเลือกเพียงสองทางเท่านั้นในเวลานี้ นั่นคือ “ร้องไห้” หรือ “ลุกขึ้นสู้” เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของทีม อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) วัย 47 ปี เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังจากสโมสรตัดสินใจแยกทางกับอดีตผู้จัดการทีมอย่าง โธมัส แฟรงค์ (Thomas Frank) อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของกุนซือชาว โครเอเชีย (Croatia) ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลงานของทีมได้อย่างที่แฟนบอลคาดหวัง นับตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีม สเปอร์ส (Spurs) ต้องพบกับความพ่ายแพ้ถึง 4 นัดติดต่อกัน โดยในจำนวนนี้มีถึง 3 นัดที่เกิดขึ้นใน พรีเมียร์ลีก (Premier League) ฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำอย่างหนัก ทำให้ทีมขยับเข้าใกล้โซนตกชั้นอย่างน่ากังวล และในเวลานี้พวกเขามีคะแนนเหนือทีมในสามอันดับสุดท้ายเพียง 1 คะแนนเท่านั้น

ภารกิจยากก่อนบุกเยือน ลิเวอร์พูล

ทูดอร์ คุมซ้อมก่อนเยือนหงส์

สถานการณ์ของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ยิ่งน่ากังวลมากขึ้น เมื่อโปรแกรมต่อไปของพวกเขาคือการบุกไปเยือนแชมป์เก่า ลิเวอร์พูล (Liverpool) ที่สนาม แอนฟิลด์ (Anfield) ในศึก พรีเมียร์ลีก (Premier League) การไปเยือนสนามแห่งนี้ถือเป็นงานหนักสำหรับ สเปอร์ส (Spurs) อย่างยิ่ง เพราะใน 4 เกมหลังสุดที่พวกเขาเล่นที่ แอนฟิลด์ (Anfield) ทีมเสียประตูไปถึง 17 ลูกในทุกรายการ หากทีมยังไม่สามารถหยุดผลงานที่ย่ำแย่ได้ ความเสี่ยงในการตกชั้นก็อาจกลายเป็นความจริง ก่อนหน้าที่จะต้องไปเยือน ลิเวอร์พูล (Liverpool) ทีมเพิ่งเผชิญกับความพ่ายแพ้ที่เลวร้ายในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (UEFA Champions League) เมื่อพวกเขาแพ้ แอตเลติโก มาดริด (Atletico Madrid) ด้วยสกอร์ 5-2

เกมดังกล่าวกลายเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของฤดูกาล เมื่อทีมตกเป็นฝ่ายตามหลัง 4-0 ภายในเวลาเพียง 22 นาทีแรกของการแข่งขัน หลังจบเกม อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) ยอมรับว่าสถานการณ์ของทีมในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เขากล่าวกับสื่อว่า“มันไม่ใช่สถานการณ์ที่ง่ายเลย ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ง่ายสำหรับสโมสร นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ”

ทางเลือกของทีม ร้องไห้หรือสู้ต่อไป กับเส้นทางที่เหลืออยู่

อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) ใช้คำพูดที่ชัดเจนเพื่อกระตุ้นนักเตะของทีม เขากล่าวว่า “ในชีวิตทุกอย่างขึ้นอยู่กับมุมมองของเรา คุณสามารถเลือกที่จะร้องไห้ หรือคุณสามารถเลือกที่จะต่อสู้ได้” “คุณจะเป็นเหยื่อของสถานการณ์ หรือจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนมัน นั่นคือสิ่งที่ผมบอกกับนักเตะ” ผู้จัดการทีมชาว โครเอเชีย (Croatia) ยังใช้การเปรียบเทียบที่เข้าใจง่าย “ขวดน้ำอาจดูเหมือนครึ่งหนึ่งว่าง หรือครึ่งหนึ่งเต็มก็ได้ แต่ตอนนี้สำหรับเรา มันมีหลายอย่างที่ว่างเปล่า” แม้จะยอมรับว่าทีมกำลังเผชิญกับปัญหาหลายด้าน แต่เขายังเชื่อว่า ช่วงเวลาที่ยากลำบากจะไม่อยู่กับทีมไปตลอด “ช่วงเวลาที่ยากลำบากจะผ่านไป คนที่ใช้โอกาสนี้เพื่อพัฒนาตัวเอง และลุกขึ้นสู้ จะกลายเป็นนักเตะและคนที่ดีขึ้น”หนึ่งในเหตุผลที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) เลือกแต่งตั้ง อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) คือผลงานที่ดีของเขาในระยะสั้นกับหลายสโมสรในอดีต

รวมถึงช่วงเวลาที่เขาทำงานกับสโมสรยักษ์ใหญ่ของ ประเทศ อิตาลี (Italy) อย่าง ยูเวนตุส (Juventus) แต่จนถึงตอนนี้ การเข้ามาของเขายังไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้ ในความเป็นจริง ทีมแพ้ติดต่อกันถึง 6 นัดในทุกรายการ และไม่ได้ชนะใน พรีเมียร์ลีก (Premier League) มาตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม บริษัทเจ้าของสโมสรอย่าง เอนิค (ENIC) ออกมายืนยันว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของ อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) จะยังคงอยู่ในมือของฝ่ายบริหารฟุตบอลของสโมสร

นั่นหมายความว่า ในตอนนี้เขายังได้รับโอกาสในการพาทีมฝ่าวิกฤตครั้งนี้ เมื่อถูกถามถึงสถานการณ์ของสโมสร ทูดอร์ (Igor Tudor) กล่าวว่า “มันเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน” “ช่วงที่ผ่านมา มีคนพูดถึงปัญหาของสโมสรมากมาย เหมือนกับว่าไม่มีใครสามารถเปลี่ยนอะไรได้” “แต่ผมบอกกับนักเตะตรงกันข้าม เราคือทีม เราคือสตาฟฟ์ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพวกเรา” หนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเกมกับ แอตเลติโก มาดริด (Atletico Madrid) คือการเปลี่ยนตัวผู้รักษาประตูดาวรุ่งอย่าง อันโตนิน คินสกี้ (Antonin Kinsky) ออกจากสนามเพียง 17 นาทีหลังเริ่มเกม เกมดังกล่าวเป็นการประเดิมสนามใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (UEFA Champions League) ของเขากับทีม การตัดสินใจของ อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) ถูกวิจารณ์อย่างหนัก แต่เขายืนยันว่า ผู้รักษาประตูรายนี้ยังมีอนาคตกับทีม “เขาจะได้ลงเล่นอีกแน่นอน” “วันถัดมาเขากลับมาซ้อม และมีทัศนคติที่ดีมาก” อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) คือรายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บจำนวนมาก

ก่อนเกมพบ ลิเวอร์พูล (Liverpool) ทีมมีผู้เล่นชุดใหญ่ถึง 13 คนที่ไม่สามารถลงสนามได้

นักเตะสำคัญที่ไม่พร้อมลงเล่น ได้แก่

  •         คริสเตียน โรเมโร (Cristian Romero)
  •         เจา ปาลินญ่า (Joao Palhinha)
  •         อีฟส์ บิสซูม่า (Yves Bissouma)
  •         คอเนอร์ กัลลาเกอร์ (Conor Gallagher)

นอกจากนี้ยังมีนักเตะที่บาดเจ็บระยะยาว เช่น

  •         เจมส์ แมดดิสัน (James Maddison)
  •         เดยัน คูลูเซฟสกี้ (Dejan Kulusevski)
  •         โรดริโก เบนตันคูร์ (Rodrigo Bentancur)
  •         โมฮัมเหม็ด คูดุส (Mohammed Kudus)

ขณะที่ มิคกี้ ฟาน เดอ เวน (Micky van de Ven) ก็ต้องติดโทษแบนจากใบแดงในเกมกับ คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace)

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) อาจต้องใช้คู่เซ็นเตอร์แบ็กอย่าง

  •         เควิน ดันโซ (Kevin Danso)
  •         ราดู ดรากูซิน (Radu Dragusin)

ในเกมสำคัญกับ ลิเวอร์พูล (Liverpool) ซึ่งเป็นการทดสอบที่ยากมากสำหรับทีม แม้ว่าสถานการณ์ของทีมจะย่ำแย่ แต่ อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) ยืนยันว่าเขาจะไม่ยอมแพ้ ที่สนามฝึกซ้อมของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) เขาแสดงให้เห็นถึงท่าทีที่พร้อมสู้ เขาบอกกับนักเตะอย่างชัดเจนว่า อย่าคิดว่าโลกกำลังต่อต้านพวกเขา และอย่าคิดว่าทีมกำลังถูกคำสาปหรือ “มนต์ดำ” ข้อความหลักของเขาคือ “อย่าทำตัวเหมือนเป็นเหยื่อ” แม้สถานการณ์จะยากลำบาก โดยเฉพาะเมื่อมีผู้เล่นบาดเจ็บจำนวนมาก แต่ ทูดอร์ (Igor Tudor) ต้องการให้นักเตะของทีมลุกขึ้นสู้ ในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของฤดูกาล ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการหนีตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก (Premier League) แม้ฟอร์มของทีมจะย่ำแย่ ผู้เล่นบาดเจ็บจำนวนมาก และโปรแกรมการแข่งขันที่ยากลำบาก แต่ อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) เชื่อว่าทีมยังมีทางเลือก นั่นคือ การยอมแพ้ต่อสถานการณ์ หรือการลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงมัน และสำหรับเขา คำตอบมีเพียงทางเดียวเท่านั้น ต้องสู้ต่อไป.

ความพ่ายแพ้ที่มาดริดกับคำถามถึงอนาคตของอิกอร์ ทูดอร์

ความพ่ายแพ้ 5-2 ของ Tottenham Hotspur ต่อ Atletico Madrid ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง แต่ยังสะท้อนถึงปัญหาที่ลึกซึ้งภายในทีม

เกมนี้กลายเป็นภาพสะท้อนของฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความผิดพลาด เมื่อทีมกดปุ่ม “ทำลายตัวเอง” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยิ่งทำให้สถานการณ์ของกุนซือชั่วคราว Igor Tudor ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก

 การตัดสินใจที่โหดร้ายแต่จำเป็น

หนึ่งในช่วงเวลาที่น่าตกใจที่สุดของเกมเกิดขึ้นเพียง 17 นาทีแรก เมื่อทูดอร์ตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้รักษาประตู Antonin Kinsky ออกจากสนาม

ผู้รักษาประตูวัย 22 ปีถูกส่งลงเล่นแทนตัวจริงเดิม Guglielmo Vicario แต่ความผิดพลาดสองครั้งของเขาทำให้ทีมเสียประตูจาก Marcos Llorente และ Julian Alvarez

การเปลี่ยนตัวอย่างรวดเร็วนี้ถูกมองว่าเป็นการแก้ไขความผิดพลาดทันที แม้จะเป็นการตัดสินใจที่โหดร้ายต่อผู้เล่นก็ตาม

 อนาคตของทูดอร์ที่เริ่มสั่นคลอน

ความพ่ายแพ้ที่มาดริด

หลังเกม ทูดอร์ตอบคำถามเกี่ยวกับตำแหน่งของตัวเองด้วยคำสั้น ๆ ว่า “ไม่มีความเห็น”

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของเขาดูยากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากทีมแพ้ติดต่อกันเป็นนัดที่สี่ นับตั้งแต่เข้ามาแทนที่ Thomas Frank

ด้วยผลงานที่ย่ำแย่ต่อเนื่อง ทำให้เริ่มมีคำถามว่าผู้บริหารสโมสรควรพิจารณาเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหรือไม่

 เงาของโปเช็ตติโน่และทางออกของสเปอร์ส

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งน่าสนใจคือการที่อดีตกุนซือ Mauricio Pochettino ปรากฏตัวชมเกมอยู่บนอัฒจันทร์

สำหรับแฟนบอลสเปอร์ส ฤดูกาลนี้เต็มไปด้วยความผิดหวัง และเกมที่สนามเมโตรโปลิตาโนก็เหมือนฉากอุบัติเหตุที่ทุกคนเห็นแต่ไม่สามารถหยุดได้

คำถามสำคัญในตอนนี้คือ

  • สโมสรจะยังให้เวลาทูดอร์ต่อไปหรือไม่

  • หรือจะต้องตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเพื่อกอบกู้ฤดูกาลที่กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ท็อตแน่มกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากที่สุดช่วงหนึ่งของสโมสรในยุคปัจจุบัน และการตัดสินใจครั้งต่อไปของผู้บริหารอาจกำหนดทิศทางของทีมในอนาคต.

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ กับฤดูกาลที่กำลังถลำสู่ฝันร้าย

สถานการณ์ของ Tottenham Hotspur ในฤดูกาลนี้กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตอย่างแท้จริง หลังจากพวกเขาพ่ายแพ้ให้กับ Crystal Palace อย่างหนักในเกมพรีเมียร์ลีก

แม้สเปอร์สจะเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อ Micky van de Ven ทำฟาวล์จนเสียจุดโทษและถูกไล่ออกจากสนาม ส่งผลให้พาเลซยิงคืนสามประตูภายในเวลาเพียง 12 นาทีในครึ่งแรก จนเกมแทบจะจบลงตั้งแต่ก่อนพักครึ่ง

ผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้แฟนบอลจำนวนมากทยอยเดินออกจากสนามตั้งแต่ช่วงพักครึ่ง สะท้อนถึงความผิดหวังที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อผลงานของทีม

สถิติเลวร้ายที่สุดในรอบเกือบศตวรรษ

สเปอร์สยังคงเป็นทีมเดียวใน Premier League ที่ยังไม่ชนะเลยในปี 2026 และตอนนี้พวกเขาไม่ชนะในลีกมาแล้ว 11 นัดติดต่อกัน

สถิตินี้ถือเป็นผลงานที่แย่ที่สุดของสโมสรนับตั้งแต่ปี 1935 ซึ่งในเวลานั้นทีมเคยไม่ชนะถึง 15 นัดติดต่อกัน

เมื่อเหลือการแข่งขันอีกเพียง 9 นัด สเปอร์สนำโซนตกชั้นอยู่เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ทำให้โอกาสตกชั้นครั้งแรกในยุคพรีเมียร์ลีกกลายเป็นความเสี่ยงที่แท้จริง

 ความเชื่อมั่นของแฟนบอลที่กำลังหายไป

Tottenham Hotspur are heading towards a nightmare season

บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยความกังวลและความไม่พอใจ แฟนบอลที่ยังอยู่จนจบเกมต่างส่งเสียงโห่ใส่ทีมของตัวเอง

อดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษ Joe Cole วิเคราะห์ว่า บรรยากาศในสนามสะท้อนให้เห็นว่าทั้งทีมและแฟนบอลกำลังสูญเสียความเชื่อมั่น

เขามองว่าการเล่นของทีมขาดความดุดันและพลังต่อสู้ จนทำให้แฟนบอลรู้สึกเหมือนนักเตะ “ยอมแพ้” ไปแล้ว

ความหวังของกุนซือท่ามกลางสถานการณ์กดดัน

แม้สถานการณ์จะเลวร้าย แต่กุนซือชั่วคราว Igor Tudor ยังคงแสดงความมั่นใจว่าทีมกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

เขาเชื่อว่าหากผู้เล่นตัวหลักกลับมาฟิตสมบูรณ์ ทีมจะสามารถเก็บชัยชนะและรอดจากการตกชั้นได้ อย่างไรก็ตาม การแพ้ทั้งสามเกมนับตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีมทำให้คำถามเกี่ยวกับอนาคตของเขาเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ

ในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาล สเปอร์สจึงต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขายังมีพลังและความเชื่อเพียงพอที่จะต่อสู้เพื่ออยู่รอดในลีกสูงสุดต่อไป ไม่เช่นนั้นฤดูกาลนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่มืดมนที่สุดของสโมสร.

อาร์เตต้า ท้าแข้ง ปืน รับมือ “เสียงรบกวน” ให้ได้ ไม่งั้นก็ย้ายทีมไปซะ

มิเกล อาร์เตต้า (Mikel Arteta) ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล (Arsenal) ออกมาส่งสารชัดเจนถึงลูกทีม ก่อนศึก นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ ว่า หากใครไม่สามารถรับมือกับ “เสียงรบกวน” หรือแรงกดดันภายนอกได้ ก็อาจต้องไปอยู่สโมสรอื่น คำพูดนี้สะท้อนถึงสถานการณ์ที่ตึงเครียดของทีม ซึ่งกำลังลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก (Premier League) เป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี นับตั้งแต่ยุค “อินวินซิเบิลส์” ของ อาร์แซน เวนเกอร์ (Arsene Wenger) ในฤดูกาล 2003-04 แม้ อาร์เซน่อล (Arsenal) จะยังนำเป็นจ่าฝูง และมีแต้มเหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) อยู่สองคะแนน แต่ฟอร์มช่วงหลังเริ่มสะดุด พวกเขาชนะเพียงสองจากเจ็ดเกมหลังสุดในลีก สถานการณ์ยิ่งร้อนแรง เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ไล่จี้จากช่องว่างห้าคะแนน เหลือเพียงสองแต้ม ก่อนที่ “ปืนใหญ่” จะต้องบุกเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) ทีมอันดับ 16 ในวันอาทิตย์ เกมล่าสุดที่สร้างแรงสั่นสะเทือน คือแมตช์ที่ อาร์เซน่อล (Arsenal) นำ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (Wolverhampton Wanderers) 2-0 แต่ถูกตีเสมอในนาทีที่ 94 ผลดังกล่าวจุดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก พร้อมคำกล่าวหาว่าทีม “ขาดความกล้า” หรือ “บ็อตเทิล” อาร์เตต้า (Mikel Arteta) ตอบโต้ชัดเจนว่า คำนี้ “ไม่อยู่ในพจนานุกรมของผม” เขากล่าวว่า
“คุณต้องถามตัวเองว่า อยากเป็นส่วนหนึ่งของเสียงรบกวนนั้นไหม หรือไม่ ถ้าไม่ ก็ไปทำอย่างอื่น หรือไปอยู่สโมสรอื่น

ทุกคนเรียกร้องมาตลอดสิบหรือสิบห้าปี ว่าเราต้องกลับไปลุ้นแชมป์ ตอนนี้เรากลับมาอยู่ตรงนั้นแล้ว แล้วจะบอกว่าไม่อยากได้เสียงรบกวนหรือ? เสียงรบกวนคือส่วนหนึ่งของมัน กระสุนก็เป็นส่วนหนึ่งของมัน เราต้องรับมืออย่างถูกวิธี และบรรลุสิ่งที่เราต้องการ” คำพูดนี้สะท้อนถึงทัศนคติที่แข็งกร้าว และการพยายามปลุกสติลูกทีมให้เข้าใจว่า แรงกดดันคือราคาของความสำเร็จ

บททดสอบสุดโหดที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม

กาเบรียล ราย่าพลาด1231

การเดินทางไปเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม (Tottenham Hotspur Stadium) ครั้งนี้ แตกต่างจากเมื่อสองสัปดาห์ก่อนโดยสิ้นเชิง จากเกมที่เคยถูกมองว่าไม่หนักหนา กลับกลายเป็นบททดสอบใหญ่ด้านจิตใจ แม้ สเปอร์ส (Tottenham Hotspur) จะชนะในลีกเพียงสองจาก 13 เกมเหย้าฤดูกาลนี้ แต่การเปลี่ยนแปลงกุนซือจาก โธมัส แฟรงค์ (Thomas Frank) ไปเป็น อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) ทำให้บรรยากาศใหม่ก่อตัวขึ้น อิกอร์ ทูดอร์ (Igor Tudor) เคยคุมทีมอย่าง ไฮจ์ดุค สปลิต (Hajduk Split) , กาลาตาซาราย (Galatasaray) , อูดิเนเซ่ (Udinese) , มาร์กเซย (Marseille) , ลาซิโอ (Lazio) และ ยูเวนตุส (Juventus) แม้เส้นทางการคุมทีมจะขึ้นลง แต่เขามักสร้างผลลัพธ์ที่ดีในช่วงเริ่มต้น และการมาของเขา ยิ่งเติมเชื้อไฟให้บรรยากาศดาร์บี้เดือดพล่านกว่าเดิม คำถามสำคัญคือ อาร์เซน่อล (Arsenal) กำลัง “กลัว” หรือ “สะดุดเพราะแรงกดดัน” หรือไม่

หากมองภาพรวม พวกเขายังนำเป็นจ่าฝูง พวกเขาชนะรวดในรอบลีกของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (UEFA Champions League)พวกเขายังเข้าชิง คาราบาว คัพ (Carabao Cup) พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) และมีโปรแกรม เอฟเอ คัพ (FA Cup) รอบห้า ที่พบ แมนส์ฟิลด์ ทาวน์ (Mansfield Town) แต่ปัญหาคือช่วงเวลาสำคัญในลีก เกมกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (Wolverhampton Wanderers) คือภาพสะท้อนความตึงเครียด โกลอย่าง ดาบิด ราย่า (David Raya) ชนกับ กาเบรียล (Gabriel) จนเกิดความสับสน ประตูตีเสมอของ ทอม เอโดซี่ (Tom Edozie) ที่บอลแฉลบ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ (Riccardo Calafiori) เข้าประตู คือฉากจบที่เต็มไปด้วยความโกลาหล มันทำให้โอกาสทิ้งห่างเจ็ดคะแนน กลายเป็นเหลือห้าคะแนน และยังแข่งมากกว่าหนึ่งนัด หลังเกมนั้น บัญชีโซเชียลของ วูล์ฟส์ (Wolves) ยังโพสต์คลิป TikTok พร้อมคำว่า “Game Management” ล้อเลียนการถ่วงเวลาของ อาร์เซน่อล (Arsenal) คลิปดังกล่าวมียอดชมมากกว่าสองล้านครั้ง มีภาพ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (Gabriel Martinelli) ชูมือสื่อว่า “2-1” ก่อนจะโดนตีเสมอ และสถิติจาก ออปต้า (Opta) ระบุว่า อาร์เซน่อล (Arsenal) ใช้เวลารวม 117 นาที ในการรีสตาร์ทจากลูกเตะมุม มากที่สุดในลีก ค่าเฉลี่ยการชะลอเกมจากเตะมุมอยู่ที่ 44 วินาที แม้จะเป็นการโจมตีที่รุนแรง แต่ดูเหมือนมันกระทบจุดที่บอบบางอยู่แล้ว

ประวัติศาสตร์อันน่ารังเกียจที่กำลังตามหลอกหลอนพวกเขาอีกครั้ง

ในสามฤดูกาลหลังสุด อาร์เซน่อล (Arsenal) จบอันดับสอง สองครั้งแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) และฤดูกาลล่าสุดแพ้ ลิเวอร์พูล (Liverpool) เมื่ออดีตถูกหยิบยกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องเล่าเรื่อง “ความเป๋” หรือ “การสะดุดช่วงท้าย” จึงถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง โปรแกรมสำคัญรออยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะเกมพบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม (Etihad Stadium) วันที่ 18 เมษายน ชะตากรรมยังอยู่ในมือของพวกเขา แต่ก็อยู่ในมือของ ซิตี้ เช่นกัน อาร์เซน่อล (Arsenal) ยังเป็นจ่าฝูง พวกเขายังมีโอกาสเต็มมือ แต่สิ่งที่ต้องเอาชนะก่อน อาจไม่ใช่คู่แข่งในสนาม หากคือเสียงวิจารณ์ ความคาดหวัง และความทรงจำจากอดีต มิเกล อาร์เตต้า (Mikel Arteta) ส่งสารชัดเจน ใครรับมือแรงกดดันไม่ได้ ก็ไม่ควรอยู่ที่นี่ เพราะการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก (Premier League) ไม่ใช่ทางเดินสำหรับผู้ที่หวั่นไหว และศึกที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (Tottenham Hotspur) จะเป็นบทพิสูจน์ ว่าพวกเขา “มีความกล้า” พอจะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่หรือไม่

sbobet withdrawสมัครสมาชิก sbobet registerแจ้งฝากเงิน sbobet topupแจ้งถอนเงิน
register sbobet
contact line
contact callcenter chatcallcenter
Lucky Button