คริสตัล พาเลซ เสมอเออีเค ลาร์นากา 0-0 ศึกคอนเฟอเรนซ์ลีก รอบ 16 ทีม

Crystal Palace ทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอ AEK Larnaca 0-0 ในศึก UEFA Europa Conference League รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก

ทีมของ Oliver Glasner ครองเกมอย่างชัดเจน โดยมีการครองบอลมากกว่า 70% และยิงถึง 13 ครั้ง แต่ไม่สามารถเจาะแนวรับทีมเยือนได้

โอกาสสำคัญช่วงต้นเกมเกิดขึ้นเมื่อ Evann Guessand ยิงในกรอบเขตโทษ แต่ถูกผู้รักษาประตู Zlatan Alomerovic เซฟเอาไว้

 แนวรับลาร์นากาเหนียวแน่น

ลาร์นากาที่เพิ่งแต่งตั้งโค้ชใหม่อย่าง Javier Rozada ใช้แผนกองหลัง 5 คนและตั้งรับอย่างมีวินัย

ผู้เล่นพาเลซอย่าง Jorgen Strand Larsen และ Ismaila Sarr พยายามสร้างโอกาส แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้

ขณะที่แนวรับอย่าง Tyrick Mitchell ก็เกือบทำประตูได้จากลูกโหม่งที่เสาไกล แต่ผู้รักษาประตูทีมเยือนยังคงโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม

การกลับมาของมาเตต้าและเสียงโห่จากแฟนบอล

Palace were beaten 1-0 by AEK Larnaca in October

ช่วงท้ายเกมพาเลซส่ง Jean-Philippe Mateta ลงสนามเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การย้ายทีมไป AC Milan ล้มเหลวในเดือนมกราคม

การกลับมาของเขากลับถูกแฟนบอลบางส่วนในสนามเซลเฮิร์สต์ พาร์ค โห่ใส่ เนื่องจากความพยายามย้ายทีมก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม มาเตต้าเกือบเปลี่ยนเสียงโห่เป็นเสียงเชียร์ เมื่อเขาพุ่งเข้าชาร์จลูกเปิดของ Guessand เพียงสองนาทีหลังลงสนาม แต่พลาดทำประตูไปอย่างน่าเสียดาย

นัดสองที่ไซปรัสจะเป็นตัวตัดสิน

ผู้ชนะของคู่นี้จะผ่านไปพบกับผู้ชนะระหว่าง Fiorentina และ Rakow Czestochowa ซึ่งทีมจากอิตาลีนำอยู่ 2-1 หลังเลกแรก

แม้เกมนี้พาเลซจะครองเกมได้ทั้งหมด แต่ปัญหาในการจบสกอร์ยังคงเป็นเรื่องสำคัญ และการกลับมาของมาเตต้าอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในเกมเลกสองที่ไซปรัสสัปดาห์หน้า.

คาร์ริค ไม่สนดวล กลาสเนอร์โฟกัสพาผีลุยแชมเปี้ยนส์ลีกเท่านั้น

ไมเคิล คาร์ริค (Michael Carrick) ยืนยันชัดเจนว่า เขาไม่ได้มองเกมระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) กับ คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) ในวันอาทิตย์นี้ เป็นการดวลส่วนตัวกับ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ (Oliver Glasner) แม้กุนซือของ พาเลซ จะถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวเต็งสำหรับตำแหน่งเฮดโค้ชถาวรคนใหม่แห่งถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด (Old Trafford) ก็ตาม สำหรับ คาร์ริค ซึ่งกำลังทำหน้าที่กุนซือชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผลงานช่วงหลังถือว่ายอดเยี่ยมอย่างมาก หลังพาทีมคว้าชัย 5 นัด และเสมอ 1 นัด จาก 6 เกมที่คุมทัพ ทำให้ชื่อของเขาขยับขึ้นเป็นเต็งหนึ่งในสายตาบ่อนรับพนันหลายแห่ง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวปฏิเสธว่า เขาไม่ได้ใช้ประเด็นการแย่งตำแหน่งกับ กลาสเนอร์ เป็นแรงกระตุ้นใด ๆ ทั้งสิ้น เกมชี้ชะตาพื้นที่หัวตาราง พรีเมียร์ลีก สถานการณ์ล่าสุดในศึก พรีเมียร์ลีก (Premier League) ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสทะยานขึ้นสู่อันดับ 3 ของตารางเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่จบฤดูกาล 2022-23 หากสามารถเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ได้ โอกาสนี้เปิดกว้างมากขึ้น หลัง แอสตัน วิลล่า (Aston Villa) พลาดท่าพ่าย วูล์ฟแฮมป์ตัน (Wolverhampton Wanderers) อย่างพลิกความคาดหมาย แรงจูงใจสำคัญของ คาร์ริค คือการพาทีมขยับอันดับในตารางคะแนน และรักษาพื้นที่โควตา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (UEFA Champions League) เอาไว้ให้ได้ เขากล่าวว่า “มันไม่เคยอยู่ในความคิดผมเลย จนกระทั่งคุณถาม” “มันไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรทั้งนั้น” “ผมให้ความเคารพ คริสตัล พาเลซ และ โอลิเวอร์ อย่างเต็มที่ ในแง่ของทีมและบทบาทที่พวกเขาทำอยู่ แต่สำหรับเรา มันคือเกมต่อไปเท่านั้น”

กลาสเนอร์ กับ ฤดูกาลที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน อย่างยิ่งในการคุมทีม

คาริค พร้อมพาผีลิ่ว ชปล

ด้าน โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ (Oliver Glasner) กำลังเผชิญฤดูกาลที่ยากลำบากกับ คริสตัล พาเลซ เขาออกมาวิจารณ์บอร์ดบริหารของสโมสรอย่างเปิดเผย ทีมยังพลาดท่าตกรอบ เอฟเอ คัพ (FA Cup) ด้วยการพ่ายให้กับ แม็คเคิลส์ฟิลด์ (Macclesfield) และผลงานในลีกก็ไม่สม่ำเสมอ จนมีความขัดแย้งกับแฟนบอลบางส่วน แม้สถานการณ์จะดูตึงเครียด แต่ชื่อของ กลาสเนอร์ ยังคงถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในตัวเลือกสำหรับตำแหน่งกุนซือถาวรของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงาน คาร์ริค พลิกกระแสหลังยุค อโมริม

ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ แทบไม่มีใครคาดคิดว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะกลับมาอยู่ในจุดที่ลุ้นอันดับท็อปโฟร์ หลัง รูเบน อโมริม (Ruben Amorim) ถูกปลดจากตำแหน่งในเดือนมกราคม  การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมาก แต่ คาร์ริค เข้ามาประคองทีมได้อย่างมั่นคง

เขากล่าวว่า “เราอยู่ในตำแหน่งที่ดีพอสมควร” “เรารู้สึกว่าเรากำลังก้าวไปข้างหน้า” “แต่สิ่งสำคัญคือโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และพยายามไปให้ถึงจุดที่เราต้องการ ซึ่งก็คืออันดับที่สูงกว่านี้อีกเล็กน้อย” คำพูดของเขาสะท้อนแนวคิดที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่มั่นคง หนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่เคยสร้างอิทธิพลในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน คือ มัทไธส์ เดอ ลิกต์ (Matthijs de Ligt) อย่างไรก็ตาม แนวรับชาวดัตช์รายนี้ยังไม่ได้ลงสนามอีกเลย นับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บที่แผ่นหลัง ส่วน ลิซานโดร มาร์ติเนซ (Lisandro Martinez) พลาดเกมชนะ เอฟเวอร์ตัน (Everton) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาที่น่อง คาร์ริค อธิบายว่า อาการของ มาร์ติเนซ เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อย และไม่น่าจะทำให้ต้องพักนาน ความพร้อมในแนวรับจึงเป็นอีกปัจจัยที่อาจส่งผลต่อเกมสำคัญนี้ โปรแกรมของทีมคู่แข่งโดยตรงอย่าง เชลซี (Chelsea) ซึ่งรั้งอันดับ 5 ดูหนักหน่วง เพราะต้องเจอกับ อาร์เซน่อล (Arsenal) และ แอสตัน วิลล่า ในสองเกมถัดไป นี่จึงเป็นจังหวะสำคัญสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะเร่งเก็บแต้ม และสร้างระยะห่าง การจบอันดับท็อปโฟร์ใน พรีเมียร์ลีก ไม่ได้หมายถึงเพียงศักดิ์ศรีเท่านั้น แต่ยังหมายถึงรายได้มหาศาล และการดึงดูดนักเตะระดับโลก คาร์ริค เข้าใจดีถึงความสำคัญของเป้าหมายนี้ แต่เขาเลือกจะไม่พูดถึงเรื่องไกลตัว “ตอนนี้ผมกังวลแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น” แม้สื่อจะพยายามสร้างประเด็นการดวลกันระหว่าง คาร์ริค และ กลาสเนอร์ แต่สำหรับกุนซือชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้ว มันคือเกมหนึ่งในเส้นทางของฤดูกาล ไม่มีความขัดแย้งส่วนตัว ไม่มีสงครามจิตวิทยา มีเพียงเป้าหมายเดียว คือชัยชนะ เกมระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ คริสตัล พาเลซ อาจถูกจับตามองในมุมของการแย่งตำแหน่งเฮดโค้ชในอนาคต แต่สำหรับ ไมเคิล คาร์ริค (Michael Carrick) แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการพาทีมเก็บสามแต้ม และขยับเข้าใกล้พื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (UEFA Champions League) ผลงาน 5 ชนะ 1 เสมอ จาก 6 นัด พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีศักยภาพในการพาทีมเดินหน้า ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร นั่นคือเรื่องของวันข้างหน้า วันนี้ สิ่งเดียวที่ คาร์ริค สนใจ คือเกมถัดไป และโอกาสพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับสู่จุดที่ควรจะอยู่บนเวทียุโรปอีกครั้ง

ฤดูกาลปั่นป่วนของคริสตัล พาเลซ กับความหวังในเวทียุโรป

ฤดูกาลของ Crystal Palace เต็มไปด้วยความผันผวน ตั้งแต่ความสำเร็จในช่วงต้นปีไปจนถึงความไม่แน่นอนในปัจจุบัน
พาเลซสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ จากการเอาชนะ Manchester City และตามด้วยการได้แชมป์คอมมิวนิตี ชิลด์ จากชัยชนะเหนือ Liverpool
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จเหล่านี้กลับถูกบดบังด้วยข่าวย้ายทีมและปัญหาภายในสโมสรอย่างต่อเนื่อง

 การสูญเสียผู้เล่นหลัก

พาเลซต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในขุมกำลัง
Eberechi Eze ย้ายไป Arsenal
กัปตันทีมอย่าง Marc Guehi ก็ย้ายไป Manchester City
ขณะที่ดาวยิงอย่าง Jean-Philippe Mateta เกือบได้ย้ายไป AC Milan แต่ดีลล่มเพราะไม่ผ่านการตรวจร่างกาย
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ทีมเสียสมดุล และเพิ่มแรงกดดันต่อผู้จัดการทีมและบอร์ดบริหาร

 ผู้จัดการทีมกับแรงต้านจากแฟนบอล

ฤดูกาลปั่นป่วนของคริสตัล

Oliver Glasner ซึ่งถือเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ประกาศล่วงหน้าว่าจะอำลาทีมหลังจบฤดูกาล
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังวิจารณ์บอร์ดบริหารว่า “ทอดทิ้งนักเตะ”
แม้สุดท้ายเขาจะยังคุมทีมต่อ แต่ความสัมพันธ์กับแฟนบอลสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด ถึงขั้นมีป้ายข้อความว่าเขา “จบแล้ว” ถูกชูขึ้นก่อนเกมกับวูล์ฟแฮมป์ตัน

 ความหวังบนเวทียุโรป

แม้จะเต็มไปด้วยปัญหา แต่พาเลซยังมีแสงสว่างในฟุตบอลยุโรป
ชัยชนะเหนือ Zrinjski ทำให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของ Conference League
สำหรับแฟนบอล นี่คือความหวังว่าฤดูกาลอันวุ่นวายนี้อาจจบลงด้วยความทรงจำที่สวยงาม หากทีมสามารถก้าวไปไกลในเวทียุโรป และเปลี่ยนความโกลาหลให้กลายเป็นเกียรติยศครั้งใหม่ของสโมสร

เรือใบบรรลุข้อตกลงคว้าตัว เกฮี เสริมแกร่งแนวรับ 20 ล้านปอนด์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ได้บรรลุข้อตกลงในหลักการเพื่อคว้าตัว Marc Guehi (มาร์ค เกฮี) กัปตันทีม Crystal Palace (คริสตัล พาเลซ) เข้ามาร่วมทีมในเดือนนี้ หลังจากที่สโมสรประสบปัญหาผู้เล่นแนวรับบาดเจ็บหลายราย การเจรจาเริ่มต้นขึ้นหลังจาก Josko Gvardiol (โยชโก กวาร์ดิโอล) และ Ruben Dias (รูเบน ดิอาส) ได้รับบาดเจ็บ โดย Guehi ซึ่งเป็นกองหลังทีมชาติ England (อังกฤษ) วัย 25 ปี และเคยตกเป็นข่าวกับหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป กำลังจะหมดสัญญากับ Palace ในช่วงซัมเมอร์ และเคยใกล้ย้ายไป Liverpool (ลิเวอร์พูล) เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา BBC Sport รายงานว่า City เริ่มสำรวจความเป็นไปได้ในการดึงตัว Guehi เมื่อต้นเดือน และการเจรจาก็เร่งตัวขึ้นในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยคาดว่าเขาจะย้ายมาร่วมทีมด้วยสัญญาระยะยาว

แม้เงื่อนไขส่วนตัวจะยังไม่ตกลงอย่างเป็นทางการ แต่ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคสำคัญ

มาร์ค เกฮี ย้ายไปเรือใบ

ก่อนหน้านี้ City ได้เซ็นสัญญากับ Antoine Semenyo (อองตวน เซเมนโย) จาก Bournemouth (บอร์นมัธ) ด้วยค่าตัว 62.5 ล้านปอนด์ ข่าวการย้ายทีมของ Guehi เกิดขึ้นพร้อมกับการที่ Oliver Glasner (โอลิเวอร์ กลาสเนอร์) กุนซือ Palace ยืนยันว่าเขาจะอำลาสโมสรเมื่อสัญญาหมดลงหลังจบฤดูกาล ด้าน Pep Guardiola (เป๊ป กวาร์ดิโอลา) ผู้จัดการทีม City ปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้ในงานแถลงข่าว ขณะที่ Glasner กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อตกลงกับ Guehi ใกล้เสร็จสมบูรณ์ และเขาจะไม่มีชื่อในเกม Premier League (พรีเมียร์ลีก) นัดพบ Sunderland (ซันเดอร์แลนด์) ก่อนหน้านี้ Glasner เคยยืนยันว่า Palace พร้อมขาย Guehi ในเดือนมกราคม หากได้ราคาที่เหมาะสม เกฮี เคยพา คริสตัล พาเลซ คว้าแชมป์รายการใหญ่ครั้งแรกใน FA Cup (เอฟเอ คัพ) รอบชิงชนะเลิศที่พบกับ City เมื่อเดือนพฤษภาคม และคว้าแชมป์ Community Shield (คอมมิวนิตี้ ชิลด์) เหนือ Liverpool ในช่วงต้นฤดูกาล

เขาเกือบย้ายไป Liverpool (ลิเวอร์พูล) เมื่อวันที่ 1 กันยายน ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ แต่ดีลล่มในช่วงท้ายตลาดซื้อขาย

Guehi กลายเป็นกำลังหลักของทีมชาติ England หลังย้ายจาก Chelsea (เชลซี) ในปี 2021 และมีบทบาทสำคัญในการพาทีมเข้าชิง Euro 2024 (ยูโร 2024) ส่วน Gvardiol ต้องเข้ารับการผ่าตัดหลังขาหัก ขณะที่ Dias จะพักประมาณ 4–6 สัปดาห์จากอาการบาดเจ็บแฮมสตริง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City)  มีคิวพบ Manchester United (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ในเกมดาร์บี้แมตช์สุดสัปดาห์นี้ การเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมของ Manchester City (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก หลังมีรายงานว่าพวกเขาได้บรรลุข้อตกลงในหลักการเพื่อคว้าตัว Marc Guehi (มาร์ค เกฮี) กัปตันทีมของ Crystal Palace (คริสตัล พาเลซ) เข้ามาเสริมแนวรับในฤดูกาลนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นจากปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นแนวรับตัวหลักอย่าง Josko Gvardiol (โยชโก กวาร์ดิโอล) และ Ruben Dias (รูเบน ดิอาส) ซึ่งทำให้ทีมของ Pep Guardiola (เป๊ป กวาร์ดิโอลา) ต้องมองหากองหลังที่มีประสบการณ์และคุณภาพสูงเข้ามาทดแทนอย่างเร่งด่วน

Marc Guehi (มาร์ค เกฮี) เป็นหนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็กที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดใน Premier League (พรีเมียร์ลีก) ด้วยความแข็งแกร่ง การอ่านเกมที่ยอดเยี่ยม และภาวะผู้นำในสนาม เขาพา Crystal Palace (คริสตัล พาเลซ) ประสบความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการคว้าแชมป์ FA Cup (เอฟเอ คัพ) และ Community Shield (คอมมิวนิตี้ ชิลด์) ในฤดูกาลที่ผ่านมา

แม้จะยังอายุเพียง 25 ปี แต่ Guehi มีประสบการณ์ในระดับสูงทั้งกับสโมสรและทีมชาติ England (อังกฤษ) โดยเขาเป็นกำลังสำคัญในเส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศของ Euro 2024 (ยูโร 2024) ซึ่งทำให้ชื่อของเขาถูกเชื่อมโยงกับหลายทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป ก่อนหน้านี้ Liverpool (ลิเวอร์พูล) เคยเกือบปิดดีลคว้าตัวเขาในช่วงซัมเมอร์ ด้วยค่าตัวราว 35 ล้านปอนด์ แต่การเจรจาล้มเหลวในช่วงนาทีสุดท้ายของตลาดซื้อขาย ทำให้ Guehi ต้องอยู่กับ Palace ต่อไปอีกหนึ่งฤดูกาล อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อเขากำลังจะหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ ทำให้ Crystal Palace (คริสตัล พาเลซ) เปิดโอกาสในการขายนักเตะเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียฟรี ทางด้าน Oliver Glasner (โอลิเวอร์ กลาสเนอร์) ผู้จัดการทีม Palace ได้ออกมายืนยันว่าข้อตกลงกับ Manchester City (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) อยู่ในขั้นตอนสุดท้าย และ Guehi จะไม่มีชื่อในเกมลีกนัดถัดไป ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเขากำลังจะย้ายทีมในเร็ว ๆ นี้ ในขณะเดียวกัน Pep Guardiola (เป๊ป กวาร์ดิโอลา) เลือกที่จะไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับดีลนี้ต่อสื่อมวลชน แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า City ต้องการปิดดีลให้เรียบร้อยก่อนเกมดาร์บี้แมตช์กับ Manchester United (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

นอกจาก Guehi แล้ว City ยังเสริมทัพด้วยการคว้าตัว Antoine Semenyo (อองตวน เซเมนโย) จาก Bournemouth (บอร์นมัธ) ด้วยค่าตัว 62.5 ล้านปอนด์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความแข็งแกร่งของทีมในทุกรายการการมาของ Guehi จะช่วยเพิ่มมิติให้กับแนวรับของ City ทั้งในด้านความแข็งแกร่ง ความเร็ว และความสามารถในการเล่นบอลจากแนวหลัง ซึ่งเป็นสไตล์ที่ Guardiola ให้ความสำคัญอย่างมาก แฟนบอลหลายคนมองว่า Guehi อาจกลายเป็นกำลังหลักระยะยาว และอาจก้าวขึ้นเป็นผู้นำแนวรับคนใหม่ของทีมในอนาคต สำหรับ Crystal Palace (คริสตัล พาเลซ) การเสียกัปตันทีมย่อมเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่ก็เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างทีมใหม่ โดยเฉพาะเมื่อ Oliver Glasner (โอลิเวอร์ กลาสเนอร์) เตรียมอำลาสโมสรหลังจบฤดูกาล ดีลนี้จึงไม่ใช่แค่การย้ายทีมธรรมดา แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของทั้งสองสโมสร หากการย้ายทีมเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ Marc Guehi (มาร์ค เกฮี) จะได้ร่วมงานกับผู้เล่นระดับโลก และมีโอกาสลุ้นแชมป์ในทุกรายการ ทั้ง Premier League (พรีเมียร์ลีก), Champions League (แชมเปียนส์ ลีก) และฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ สุดท้ายนี้ การย้ายทีมของ Guehi แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของ Manchester City (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) ที่ไม่หยุดพัฒนาทีม แม้จะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แฟนบอลทั่วโลกต่างรอคอยการประกาศอย่างเป็นทางการ และจับตาดูว่าเซ็นเตอร์แบ็กทีมชาติ England (อังกฤษ) รายนี้ จะสามารถสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ในถิ่น Etihad Stadium (เอติฮัด สเตเดียม) ได้หรือไม่

พาเลซ อัปเดตอาการ มาเตตา กองหน้าคนสำคัญก่อนดวลเรือใบ

สถานการณ์ความพร้อมของ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา (Jean-Philippe Mateta) กลายเป็นประเด็นที่แฟนบอล คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) ให้ความสนใจอย่างมากในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หลังจากกองหน้าตัวหลักของทีมพลาดลงสนามเป็นครั้งแรกของฤดูกาลในเกมกลางสัปดาห์ ทีม “อินทรีผงาด (The Eagles)” ต้องลุ้นแข่งกับเวลา เพื่อให้หัวหอกชาวฝรั่งเศสรายนี้กลับมาพร้อมสำหรับเกม พรีเมียร์ลีก (Premier League) นัดสำคัญ ที่จะเปิดสนาม เซลเฮิร์สต์ พาร์ก (Selhurst Park) ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ในวันอาทิตย์นี้

พลาดนัดแรกของฤดูกาล ในเกมยุโรปที่ไม่มีชื่อ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา

ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า พาเลซ

ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา (Jean-Philippe Mateta) ไม่ได้ลงสนามในเกม ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก (UEFA Europa Conference League) เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่ง คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) บุกไปเอาชนะ เชลบอร์น (Shelbourne) 3-0 ถึงกรุง ดับลิน (Dublin) นี่ถือเป็นครั้งแรกของฤดูกาลที่ มาเตตา ไม่มีชื่อทั้งตัวจริงและตัวสำรอง หลังจากลงเล่นต่อเนื่องมาตลอดทุกรายการก่อนหน้านี้ แม้จะขาดกองหน้าตัวความหวัง แต่ทีมของ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ (Oliver Glasner) กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยได้ประตูในครึ่งแรกจาก

  •         คริสตันตุส อูเช (Christantus Uche)
  •         เอ็ดดี เอ็นเคเทียห์ (Eddie Nketiah)
  •         เยเรมี ปิโน (Yeremy Pino)

ผลการแข่งขันที่ขาดลอยทำให้ความกังวลเรื่องผลงานลดลง แต่คำถามสำคัญยังคงอยู่ที่ “มาเตตา จะพร้อมสำหรับวันอาทิตย์หรือไม่” สาเหตุที่ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา (Jean-Philippe Mateta) ถูกพักใช้งาน ไม่ได้เกิดจากอาการบาดเจ็บรุนแรง แต่เป็นการจัดการสภาพร่างกายเชิงป้องกัน กองหน้าวัย 27 ปี เดินทางกลับจากการรับใช้ ทีมชาติฝรั่งเศส (France) เมื่อเดือนก่อน พร้อมอาการบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณหัวเข่า ซึ่งทีมแพทย์ของ คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) เลือกใช้แนวทางระมัดระวังเป็นพิเศษ ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มาเตตา ลงสนามพร้อมการเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งเกิดอาการบวมเล็กน้อย ทำให้สโมสรตัดสินใจไม่เสี่ยงใช้งานในเกมยุโรป ก่อนเกมพบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City)
โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ (Oliver Glasner) เฮดโค้ชของทีม แสดงความหวังว่า มาเตตา (Jean-Philippe Mateta) จะสามารถกลับมามีส่วนร่วมได้ในเกมลีก กลาสเนอร์ ให้สัมภาษณ์ว่า “เจพี (JP) จำเป็นต้องพัก เขากลับมาจากทีมชาติพร้อมอาการบาดเจ็บเล็กน้อยที่หัวเข่า เราต้องดูแลเขาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา มีอาการบวมเล็กน้อย และเขารู้สึกไม่สบายตัว เราจึงให้เขาพักอยู่ที่บ้าน แผนคือเขาจะกลับมาซ้อมในวันศุกร์ และจากนั้นเขาควรจะพร้อมสำหรับการลงสนาม” คำพูดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า อาการของ มาเตตา ไม่ได้รุนแรง และขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายก่อนวันแข่งขัน

บทบาทสำคัญของ มาเตตา ที่ทีมขาดไม่ได้

แม้เกมกับ เชลบอร์น (Shelbourne) จะจบลงด้วยชัยชนะ แต่ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา (Jean-Philippe Mateta) ยังคงเป็นศูนย์กลางในเกมรุกของ คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) ฤดูกาลที่แล้ว เขาถูกจัดอันดับอยู่ที่ อันดับ 22 ในลิสต์นักเตะ พรีเมียร์ลีก (Premier League) ที่ดีที่สุดของฤดูกาล จากนิตยสาร FourFourTwo พลัง ความแข็งแกร่ง และการยืนตำแหน่งของเขา ช่วยเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม และเป็นอาวุธสำคัญในเกมที่ต้องเจอทีมระดับท็อปอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) นอกจาก มาเตตา แล้ว คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) ยังต้องลุ้นอาการบาดเจ็บของผู้เล่นคนอื่น อิสไมลา ซาร์ (Ismaila Sarr) มีอาการเจ็บข้อเท้า ทีมแพทย์ยังประเมินความพร้อม โดยมีความหวังว่าเขาอาจมีชื่อในเกมวันอาทิตย์ แม้มีโอกาสถูกเรียกติด ทีมชาติเซเนกัล (Senegal) ลุยศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ (Africa Cup of Nations) ดาเนียล มูนญอซ (Daniel Muñoz) ถูกยืนยันแล้วว่าจะหมดสิทธิ์ลงสนาม จากอาการบาดเจ็บหัวเข่า และคาดว่าจะพักยาวจนถึงเดือนมกราคม  ช่วงเวลานี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) ทีมมีโปรแกรมแข่งขันต่อเนื่องทั้งใน พรีเมียร์ลีก (Premier League)  ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก (UEFA Europa Conference League)  ก่อนจะเริ่มภารกิจป้องกันแชมป์ในศึก เอฟเอ คัพ (FA Cup) เดือนหน้า ชัยชนะเหนือ ฟูแลม (Fulham) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งให้ คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของตารางพรีเมียร์ลีก (Premier League) อย่างน่าประหลาดใจฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งทำให้เกมพบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) ไม่ใช่แค่บททดสอบ แต่คือโอกาสพิสูจน์ศักยภาพของทีมในฤดูกาลนี้ แม้ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา (Jean-Philippe Mateta) จะพลาดเกมกลางสัปดาห์ แต่สัญญาณจากทีมแพทย์และผู้จัดการทีมบ่งชี้ว่า เขามีโอกาสสูงที่จะกลับมามีบทบาทในเกมวันอาทิตย์ การตัดสินใจสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับการซ้อมและสภาพร่างกายในวันศุกร์และเสาร์ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) จะได้หัวหอกตัวเก่งกลับมานำทัพ ในเกมที่อาจกำหนดทิศทางฤดูกาลของพวกเขาได้เลยทีเดียว

พาเลซ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ พวกเขาจะก้าวไปได้ไกลแค่ไหนบนเวทียุโรป

คริสตัล พาเลซ ( Crystal Palace ) ทำภารกิจสำเร็จแล้ว และตอนนี้แฟน ๆ ของพวกเขาสามารถเริ่มฝันได้แล้ว การเสมอกันแบบไม่มีใครได้ประตูกับ เฟรดริกสตัด ( Fredrikstad ) ทำให้พวกเขาชนะในนัดรวม 1-0 ในรอบเพลย์ออฟของ คอนเฟอเรนซ์ ลีก ( Conference League ) และได้สิทธิ์เข้าสู่รอบลีกเฟสในวันเกิดครบ 51 ปี ของผู้จัดการทีม โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ( Oliver Glasner ) อีกด้วย ในช่วงเวลาหลัง 12:00 น. ตามเวลาในอังกฤษ ในวันศุกร์ พวกเขาจะได้รู้ว่าทีมไหนหกทีมที่จะขวางระหว่างพวกเขาและการเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ มีความรู้สึกที่แท้จริงว่า คริสตัล พาเลซ ซึ่งอยู่ในช่วงไร้พ่าย 13 เกมติดต่อกัน (สถิติเท่าสถิติสโมสรที่ดีที่สุด) สามารถเป็นผู้ท้าชิงชนะเลิศได้ หลังจากที่ถูกปรับลงมาจากการแข่งขันนี้จาก ยูโรปา ลีก ( Europa League ) เนื่องจากการละเมิดกฎการเป็นเจ้าของหลายสโมสร

นี่เป็นปีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขาแล้ว โดยการคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ( FA Cup ) ในนัดชิงชนะเลิศเหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ( Manchester City ) และ คอมมิวนิตี้ ชีลด์ ( Community Shield ) เหนือ ลิเวอร์พูล ( Liverpool ) "เป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่จะเข้าสู่รอบกลุ่ม" กลาสเนอร์ กล่าวกับ ช่อง 5 "นี่เป็นเป้าหมายที่สองของฤดูกาลของเรา และเราบรรลุเป้าหมายนั้นได้ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม ซึ่งเยี่ยมมาก" "เป้าหมายแรกคือการคว้า คอมมิวนิตี้ ชีลด์ ซึ่งเราทำได้แล้ว และตอนนี้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมดเรื่องการถูกปรับลงมาสู่ คอนเฟอเรนซ์ ลีก เราก็ทำสำเร็จได้เช่นกัน" บีบีซี สปอร์ต ( BBC Sport ) มองถึงโอกาสของ พาเลซ ในแคมเปญยุโรปครั้งแรกของพวกเขา พร้อมทั้งอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น

ความเป็นไปได้ของ พาเลซ ว่าจะเจอทีมใดบ้าง

เกฮี พาเลซ

พาเลซ จะต้องเจอกับหกทีมในรอบลีกเฟส โดยเล่นสามนัดหน้าบ้าน และสามนัดเยือน นั่นหมายความว่าหนึ่งทีมจากแต่ละหม้อ โดยการจับสลากยังไม่ได้รับการยืนยัน หมายความว่าพวกเขาไม่สามารถเจอกับคู่แข่งหลายทีมที่ต้องการชนะทัวร์นาเมนต์ แต่ทีมจากสกอตแลนด์อย่าง อเบอร์ดีน ( Aberdeen ) และสโมสรจากดับลินอย่าง เชลบอร์น ( Shelbourne ) และ แชมร็อค โรเวอร์ส ( Shamrock Rovers ) เป็นคู่แข่งที่เป็นไปได้ แปดทีมแรกจากรอบลีกเฟสที่มี 36 ทีม จะเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยทีมที่จบอันดับ 9 ถึง 24 จะเข้าสู่รอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์ เวสต์แฮม ( West Ham ) และ เชลซี ( Chelsea ) ชนะทั้งหกเกมในรอบกลุ่มหรือรอบลีกเฟสในเส้นทางการคว้าแชมป์ แต่ กลาสเนอร์ จะไม่ดูการจับสลาก "เราจะดู แอสตัน วิลล่า ( Aston Villa ) เพื่อเตรียมพร้อม [สำหรับเกม พรีเมียร์ ลีก วันอาทิตย์] ดังนั้นฉันคิดว่าใครสักคนจะบอกฉันว่าทีมคู่แข่งคือใครบ้าง" เขากล่าว "มันไม่สำคัญสำหรับฉัน เพราะเราเริ่ม [คอนเฟอเรนซ์ ลีก] เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม และตอนนี้ วิลล่า อยู่ในหัวของฉัน"

โอกาสและความท้าทายที่รออยู่กับการสร้างตำนานบทใหม่

การเข้าสู่ คอนเฟอเรนซ์ ลีก แม้จะเป็นการถูกปรับลงจาก ยูโรปา ลีก แต่ก็เปิดโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับ คริสตัล พาเลซ ในการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของสโมสร รูปแบบของการแข่งขันที่เปลี่ยนไปทำให้ทีมต่าง ๆ มีโอกาสมากขึ้นในการแสดงความสามารถบนเวทียุโรป

ฟอร์มปัจจุบันของ พาเลซ ถือเป็นจุดแข็งสำคัญ การไร้พ่าย 13 นัดติดต่อกันแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงและความแข็งแกร่งของทีมภายใต้การนำของ กลาสเนอร์ ความสำเร็จในการคว้า เอฟเอ คัพ และ คอมมิวนิตี้ ชีลด์ ทำให้นักเล่นมีความมั่นใจและประสบการณ์การเล่นในเกมใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการจัดการระหว่างการแข่งขัน พรีเมียร์ ลีก และ คอนเฟอเรนซ์ ลีก พร้อมกัน การเดินทางไปแข่งในยุโรปและการหมุนเวียนนักเล่นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ กลาสเนอร์ ต้องจัดการ ประสบการณ์ของทีมอื่น ๆ ใน อังกฤษ ในรายการนี้แสดงให้เห็นว่าความตั้งใจจริงในการแข่งขันเป็นสิ่งสำคัญ เวสต์แฮม ประสบความสำเร็จด้วยการให้ความสำคัญกับรrayการนี้ ในขณะที่ เชลซี ใช้ประโยชน์จากความลึกของทีมในการคว้าแชมป์ แฟน ๆ ของ คริสตัล พาเลซ มีเหตุผลที่จะฝัน การได้เห็นสโมสรที่ตนรักแข่งขันในเวทียุโรปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ถือเป็นจุดสำคัญ ความสำเร็จเพิ่มเติมใน คอนเฟอเรนซ์ ลีก จะเพิ่มมรดกที่ยิ่งใหญ่ของปีนี้ ทิศทางของทีมภายใต้ กลาสเนอร์ แสดงให้เห็นถึงปรัชญาการเล่นที่ชัดเจนและการสร้างวัฒนธรรมการชนะ การเตรียมความพร้อมที่ดีและการมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนจะเป็นกุญแจสำคัญในการประสบความสำเร็จต่อไป คริสตัล พาเลซ ยืนอยู่บนจุดเริ่มต้นของการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นใน คอนเฟอเรนซ์ ลีก ด้วยฟอร์มที่ดีเยี่ยม ความมั่นใจจากความสำเร็จในฤดูกาลนี้ และการมีผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์ พวกเขามีเหตุผลที่จะมองไปข้างหน้าด้วยความหวัง การเดินทางไปสู่ยุโรปครั้งแรกของสโมสรนี้อาจจะไม่ใช่เส้นทางที่พวกเขาตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก แต่มันเปิดโอกาสใหม่ที่น่าตื่นเต้น ความฝันของการสร้างประวัติศาสตร์มากกว่านี้ไม่ได้อยู่ไกลจากความเป็นจริง และแฟน ๆ ของ คริสตัล พาเลซ สามารถหวังได้ว่าจะได้เห็นทีมของตนก้าวไปไกลในการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์นี้

กลาสเนอร์ผู้นำ พาเลซ จากความมืดมิดสู่แสงสว่างแห่งความสำเร็จในถ้วย เอฟเอ คัพ

วันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ คริสตัล พาเลซ และความรุ่งโรจน์จากชัยชนะในรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ เหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกิดขึ้นหลังจากพวกเขาผ่านพ้นจากความมืดมิดของวิกฤตที่คุกคามผู้จัดการทีม โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ (Oliver Glasner) การเริ่มต้นฤดูกาลที่แย่ที่สุดของ พาเลซ นับตั้งแต่ฤดูกาล 1992-93 - พวกเขาไม่สามารถเก็บชัยชนะในการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก ได้จนกระทั่งเอาชนะ ท็อตแน่ม ในเกมที่เก้าที่ เซลเฮิร์สต์ พาร์ค เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม - เป็นความทรงจำที่ห่างไกลภายใต้แสงแดดที่ เวมบลีย์ เมื่อ "เดอะ อีเกิลส์" ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของพวกเขา ขณะที่ กลาสเนอร์ (Glasner) และทีม พาเลซ ผู้ชนะฉลองต่อหน้าแฟนบอลที่ตื่นเต้นด้วยเพลงประจำทีม 'Glad All Over' ที่ก้องกังวานไปทั่วสนาม นี่คือการพิสูจน์ว่าประธานสโมสร สตีฟ พาริช (Steve Parish) และผู้บริหารของ เซลเฮิร์สต์ พาร์ค มีความกล้าหาญในการรักษาความเชื่อมั่นท่ามกลางเมฆพายุที่รุมล้อมกุนซือชาวออสเตรียวัย 50 ปี นอกจากนี้ยังเป็นการพิสูจน์แนวทางของ กลาสเนอร์ (Glasner) เอง หลังจากที่เขากล่าวในช่วงเวลาที่ยากลำบากในเดือนตุลาคมว่า "ถึงเวลาที่จะกอดนักเตะของผม ไม่ใช่เตะพวกเขา" มีการกอดกันมากมายที่ เวมบลีย์ เมื่อ พาเลซ แห่แหนถ้วย เอฟเอ คัพ จุดสูงสุดแห่งการฟื้นตัวที่ กลาสเนอร์ (Glasner) สร้างขึ้นและนักเตะของเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม "นั่นคือสิ่งที่ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ (Oliver Glasner) ทำ - เขาทำให้พวกเราทุกคนเชื่อ" พาริช (Parish) บอกกับ บีบีซี วัน ทันทีหลังจากชัยชนะ 1-0 อันยากเย็น "คุณเห็นมันได้ในตอนจบ ผมภูมิใจมาก"

ปฏิกิริยาของ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ผู้สร้างประวิติศาสตร์ ให้ เดอะ อีเกิ้ลส์

คริสตัล พาเลซ แชมป์เอฟเอ

ปฏิกิริยาของ กลาสเนอร์ (Glasner) เมื่อประวัติศาสตร์ถูกสร้างขึ้นสอดคล้องกับสไตล์การจัดการของเขา - สงบและมีสติเมื่อเขาเดินไปจับมือกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (Pep Guardiola) คู่แข่งจาก ซิตี้ ที่พ่ายแพ้ ควบคู่ไปกับคุณสมบัติเหล่านี้ ความเข้มข้นและแนวทางเชิงบวกของ กลาสเนอร์ (Glasner) ทำให้มีการเปรียบเทียบกับ เยอร์เก้น คล็อปป์ (Jurgen Klopp) เมื่อเขาคว้าแชมป์ ยูโรป้า ลีก กับ ไอน์ทรัคท์ แฟรงค์เฟิร์ต ในปี 2022 มันช่วย กลาสเนอร์ (Glasner) และ พาเลซ อย่างมากเมื่อพวกเขาสะดุดอย่างหนักในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลนี้ กลาสเนอร์ (Glasner) ไม่เคยสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองเมื่อ พาเลซ เก็บได้เพียงสามคะแนนจากแปดเกมแรกในฤดูกาลนี้ และที่สำคัญกว่านั้น เขาไม่เคยสูญเสียความเชื่อมั่นในนักเตะของ พาเลซ เขาเชื่อว่ามีเหตุผลที่แท้จริงสำหรับการเริ่มต้นที่ช้าของ พาเลซ หลังจากจบฤดูกาลก่อนด้วยการเก็บ 19 คะแนนจาก 21 คะแนนที่เป็นไปได้ บุคลิกที่พิถีพิถันและเคร่งครัดคนนี้ ซึ่งวางแผนทุกอย่างรอบปฏิทินของเขา กำลังดูแลการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังจาก พาเลซ สูญเสียกองหน้าที่มีพรสวรรค์ที่สุดเมื่อ ไมเคิล โอลิเซ่ (Michael Olise) ย้ายไปยัง บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ กองหลังคนสำคัญ ยัวคิม อันเดอร์เซ่น (Joachim Andersen) ก็ย้ายไปร่วมทีม ฟูแล่ม ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ (Eddie Nketiah) ย้ายมาจาก อาร์เซนอล ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ แต่ยังไม่ได้ซ้อม ในขณะที่องค์ประกอบสำคัญอื่น ๆ ของทีมยังไม่พร้อม เอเบเรชี เอเซ่ (Eberechi Eze), อดัม วาร์ตัน (Adam Wharton), มาร์ค เกฮี (Marc Guehi) และผู้รักษาประตู ดีน เฮนเดอร์สัน (Dean Henderson) อยู่กับทีมชาติ อังกฤษ ที่ยูโร 2024 ในขณะที่ ฌ็อง-ฟิลิปป์ มาเตต้า (Jean-Philippe Mateta) เล่นให้กับ ฝรั่งเศส ในรอบชิงชนะเลิศโอลิมปิก เจฟเฟอร์สัน เลอร์ม่า (Jefferson Lerma) และ ดาเนียล มูโญซ (Daniel Munoz) อยู่กับทีมชาติ โคลอมเบีย ในศึก โคปา อเมริกา กลาสเนอร์ (Glasner) มั่นใจว่า พาเลซ จะเป็นกำลังสำคัญเมื่อพวกเขากลับมาฟอร์มดี ในขณะที่เขายังต้องรวมนักเตะที่เซ็นสัญญาวันสุดท้ายสี่คน รวมถึง เอ็นเคเทียห์ (Nketiah), กองหลัง มักซองซ์ ลาครัวซ์ (Maxence Lacroix) จาก โวล์ฟสบวร์ก, ผู้รักษาประตู แมตต์ เทอร์เนอร์ (Matt Turner) จาก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ เทรโวห์ ชาโลบาห์ (Trevoh Chalobah) ที่ยืมตัวมาจาก เชลซี ที่ปัจจุบัน นั้นส่งคืนกลับไปเรียบร้อยแล้ว การเดินทางของ พาเลซ สู่ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาเผชิญกับความกดดันมหาศาลในช่วงต้นฤดูกาล นักวิจารณ์หลายคนสงสัยในความสามารถของ กลาสเนอร์ (Glasner) ที่จะพาทีมฝ่าวิกฤตไปได้ แต่ด้วยจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นที่ไม่สั่นคลอน เขาสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้อย่างน่าทึ่ง สไตล์การจัดการที่เป็นเอกลักษณ์ของ กลาสเนอร์ (Glasner) มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของ พาเลซ เขาเน้นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับนักเตะและสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนรู้สึกมีคุณค่า แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เขายังคงมองโลกในแง่ดีและให้กำลังใจทีมของเขา ชัยชนะในศึก เอฟเอ คัพ ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จทางกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อและความอดทน สตีฟ พาริช (Steve Parish) ประธานสโมสรได้รับการยกย่องอย่างมากสำหรับการให้เวลา กลาสเนอร์ (Glasner) ในการสร้างทีมตามวิสัยทัศน์ของเขา ในโลกของฟุตบอลที่ผลลัพธ์ระยะสั้นมักมีความสำคัญมากกว่าการพัฒนาระยะยาว การตัดสินใจนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าถูกต้องนักเตะเช่น มาเตต้า (Mateta) และ เอเซ่ (Eze) แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ภายใต้การนำของ กลาสเนอร์ (Glasner) พวกเขาไม่เพียงแต่ปรับปรุงทักษะส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังเข้าใจบทบาทของพวกเขาในระบบของทีมด้วย ความสามารถของ กลาสเนอร์ (Glasner) ในการดึงศักยภาพสูงสุดจากนักเตะของเขาเป็นปัจจัยสำคัญในความสำเร็จของ พาเลซ กลยุทธ์ทางเทคนิคของ กลาสเนอร์ (Glasner) ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน เขาปรับแนวทางการเล่นที่เน้นเกมรุกที่สร้างสรรค์พร้อมกับความมั่นคงในแนวรับ รูปแบบการเล่นของ พาเลซ ภายใต้การนำของเขาได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์ฟุตบอลว่าเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสวยงามและประสิทธิภาพ

ในเกมชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลาสเนอร์ (Glasner) แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจทางยุทธวิธีของเขา

เขาวางแผนเกมที่สมบูรณ์แบบ โดยรู้ว่าเมื่อไหร่ที่จะป้องกันและเมื่อไหร่ที่จะโจมตี ทั้ง ๆ ที่ต้องเผชิญกับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก พาเลซ เล่นด้วยความกล้าหาญและความเชื่อมั่น และสุดท้ายก็ได้รับรางวัลด้วยชัยชนะประวัติศาสตร์ ความสำเร็จของ พาเลซ ยังสะท้อนถึงการวางแผนการเงินที่ฉลาดของสโมสรด้วย แม้จะขายนักเตะดาวเด่นอย่าง โอลิเซ่ (Olise) และ อันเดอร์เซ่น (Andersen) แต่พวกเขาก็ลงทุนอย่างชาญฉลาดและสร้างทีมที่สมดุล การเซ็นสัญญากับ เอ็นเคเทียห์ (Nketiah) และนักเตะคนอื่น ๆ ในวันสุดท้ายพิสูจน์ว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่มีวิสัยทัศน์ สำหรับแฟนบอล พาเลซ ชัยชนะในถ้วย เอฟเอ คัพ เป็นการตอบแทนความภักดีและการสนับสนุนที่ไม่เคยสั่นคลอนของพวกเขา ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก พวกเขาอยู่เคียงข้างทีมและผู้จัดการ และตอนนี้พวกเขาได้ร่วมเฉลิมฉลองวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร การฉลองที่ เวมบลีย์ เป็นฉากที่น่าจดจำ เมื่อนักเตะและแฟนบอลร่วมร้องเพลง 'Glad All Over' ด้วยกัน นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะในฟุตบอล แต่เป็นช่วงเวลาแห่งความสามัคคีและความภาคภูมิใจสำหรับชุมชน คริสตัล พาเลซ ทั้งหมด มองไปข้างหน้า อนาคตดูสดใสสำหรับ พาเลซ ภายใต้การนำของ กลาสเนอร์ (Glasner) ความสำเร็จในถ้วย เอฟเอ คัพ ไม่เพียงแต่เป็นจุดสูงสุดของฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคตด้วย ด้วยผสมผสานระหว่างประสบการณ์และพรสวรรค์ดาวรุ่ง พาเลซ อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะสร้างความสำเร็จนี้ต่อไป เรื่องราวของ คริสตัล พาเลซ สอนบทเรียนที่มีคุณค่าเกี่ยวกับพลังของความเชื่อ ความอดทน และการทำงานหนัก จากจุดเริ่มต้นที่มืดมิดที่สุดสู่จุดสูงสุดของความสำเร็จระดับประเทศ การเดินทางของพวกเขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับสโมสรฟุตบอลทั่วโลก มันแสดงให้เห็นว่าด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ภาวะผู้นำที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นในกระบวนการ แม้แต่ความฝันที่ไกลที่สุดก็สามารถเป็นจริงได้ สำหรับ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ (Oliver Glasner) ชัยชนะในถ้วย เอฟเอ คัพ เป็นการยืนยันชื่อเสียงของเขาในฐานะหนึ่งในผู้จัดการที่มีความสามารถมากที่สุดในฟุตบอลยุโรป ความสำเร็จของเขากับ เอฟซี ไอน์ทรัคท์ แฟรงค์เฟิร์ต และตอนนี้กับ คริสตัล พาเลซ แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถทำงานได้ในระดับสูงสุด บทบาทที่ใหญ่กว่าในอนาคตอาจรออยู่ แต่ในตอนนี้ เขามีความสุขกับความสำเร็จกับ พาเลซ และกำลังมองหาการสร้างอะไรบางอย่างที่พิเศษที่ เซลเฮิร์สต์ พาร์ค ในโลกของฟุตบอลที่เต็มไปด้วยความสุขมากมาย ชัยชนะของ คริสตัล พาเลซ ในถ้วย เอฟเอ คัพ จะยังคงเป็นหนึ่งในเรื่องราวแห่งความสำเร็จที่น่าจดจำที่สุด มันเป็นการเตือนใจถึงเสน่ห์ของกีฬานี้และความเป็นไปได้ที่สามารถเกิดขึ้นเมื่อความมุ่งมั่น ความเชื่อ และความเชี่ยวชาญรวมกัน

sbobet withdrawสมัครสมาชิก sbobet registerแจ้งฝากเงิน sbobet topupแจ้งถอนเงิน
register sbobet
contact line
contact callcenter chatcallcenter
Lucky Button