“ปาฏิหาริย์ของ ทรูบิน” ค่ำคืนแห่งตำนานที่ โชเซ มูรินโญ่ พา เบนฟิก้า โค่น เรอัล มาดริด

ค่ำคืนที่แม้แต่มูรินโญ่ก็ไม่คาดฝัน สำหรับ โชเซ มูรินโญ่ (Jose Mourinho) ชายผู้ผ่านเกมใหญ่ เกมดราม่า และค่ำคืนประวัติศาสตร์มานับไม่ถ้วนในอาชีพผู้จัดการทีมอันยาวนาน “ครั้งแรก” ดูเหมือนจะหาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในคืนวันพุธที่กรุง ลิสบอน ณสนาม เอสตาดิโอ ดา ลุซ (Estadio da Luz) เขาได้เห็นสิ่งที่แม้แต่ตัวเองก็ยังต้องยอมรับว่าไม่ธรรมดา ไม่ใช่เพียงชัยชนะเหนือ เรอัล มาดริด (Real Madrid ) แชมป์ยุโรป 15 สมัยเท่านั้น แต่คือการรอดตายแบบปาฏิหาริย์ของ Benfica ในศึก UEFA Champions League เบนฟิก้า นำอยู่ 3-2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของทดเวลาบาดเจ็บ แต่ความจริงอันโหดร้ายคือ แค่นั้นยังไม่เพียงพอ ด้วยรูปแบบลีกเฟสใหม่ ที่มีการแข่งขันพร้อมกันถึง 18 คู่ในนัดสุดท้าย ผลต่างประตูได้เสียกำลังผลัก เบนฟิก้า ให้ตกรอบ พวกเขาต้องการ “อีกหนึ่งประตู” เท่านั้น เพื่ออยู่รอดในเส้นทางยุโรป และในจังหวะฟรีคิกสุดท้าย ชายที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นฮีโร่ กลับกลายเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์

เมื่อผู้รักษาประตูกลายเป็นผู้กอบกู้ ประตูสุดสำคัญ พาทีมยังได้ไปต่อ

Anatoly Trubin goal

อนาโตลี ทรูบิน (Anatoly Trubin) ผู้รักษาประตูวัย 24 ปี ตัดสินใจวิ่งขึ้นหน้า ไม่กี่วินาทีต่อมา สนามทั้งสนามแทบถล่มทรูบิน โหม่งบอลเต็มศีรษะ ส่งลูกพุ่งเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด ก่อนที่เขาจะวิ่งสุดชีวิต และทิ้งตัวสไลด์เข่าฉลองประตูแห่งชีวิต“มันคือประตูที่ยอดเยี่ยม เป็นประตูประวัติศาสตร์ ประตูที่แทบทำให้ทั้งสนามพังลงมา”  โชเซ มูรินโญ่ (Jose Mourinho)ประตูนี้ไม่เพียงทำให้ เบนฟิก้า เข้ารอบเพลย์ออฟ แต่ยังส่ง มาร์กเซย ( Marseille ) หลุดจากพื้นที่เข้ารอบอย่างเจ็บปวด  ความเหลือเชื่อคือ ก่อนหน้าจังหวะนั้นไม่กี่นาที ทรูบิน ยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าสถานการณ์จริง ๆ คืออะไร เขาเคยทิ้งตัวลงกับพื้นเพื่อถ่วงเวลา หลังรับลูกครอสได้ เพราะคิดว่าชัยชนะ 3-2 เพียงพอแล้ว “ตอนแรกผมไม่เข้าใจว่าเรายังต้องการประตู”
อนาโตลี ทรูบิน (Anatoly Trubin) จนกระทั่งเพื่อนร่วมทีมเริ่มชี้มือ และบอกให้เขาขึ้นหน้า “มันบ้ามาก ผมไม่เคยยิงประตูมาก่อน นี่คือครั้งแรกในชีวิตผม” 

เส้นทางของ มูรินโญ่ กับ เบนฟิก้า ที่ไม่ง่าย

การกลับมา เบนฟิก้า ของ มูรินโญ่ ในเดือน กันยายน เต็มไปด้วยคำถาม หลายคนมองว่าเขาผ่านจุดพีคไปแล้ว และอาจไม่เหมาะกับฟุตบอลยุคใหม่ ผลงานในลีก แม้ไม่แพ้ใคร แต่รั้งอันดับ 3 ตามหลัง ปอร์โต้ (Porto) ถึง 10 คะแนน โอกาสคว้าแชมป์ลีกดูเลือนราง ในบอลถ้วยภายในประเทศ ก็ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ส่วนใน แชมเปียนส์ ลีก พวกเขาแพ้ 4 นัดรวดในช่วงแรก จนแทบไม่มีใครเชื่อว่าจะกลับมาได้ ชัยชนะเหนือ เรอัล มาดริด เปลี่ยนทุกอย่าง “เรื่องเล่ามันสมบูรณ์แบบ”
  จูเลียง โลรองต์ (Julien Laurens) อดีตต้นสังกัดของ มูรินโญ่ อดีตลูกทีมอย่าง อัลบาโร อาร์เบลัว (Alvaro Arbeloa)
เกมที่เดิมพันด้วยชีวิตในยุโรป ทุกอย่างรวมกันเป็น “ปาฏิหาริย์” ด้วยอันดับที่จบในลีกเฟส มีโอกาสถึง 50% ที่ เบนฟิก้า จะต้องดวลกับ เรอัล มาดริด อีกครั้งในรอบเพลย์ออฟ อีกทางเลือกคือ Inter Milan สโมสรที่ มูรินโญ่ เคยพาคว้าแชมป์ยุโรปในปี 2010 “ไป มาดริด ผมก็ชอบ ไป มิลาน ผมก็ชอบ” โชเซ มูรินโญ่ (Jose Mourinho) สำหรับ มูรินโญ่ ชัยชนะเหนือ เรอัล มาดริด คือหนึ่งในค่ำคืนที่ควรจดจำ แต่สำหรับฟุตบอลยุโรป นี่คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า ฟุตบอลไม่เคยตาย และปาฏิหาริย์ยังมีที่ว่างเสมอ

แม้แต่นักเขียนบทที่เก่งที่สุดในโลก ก็อาจเขียนฉากจบแบบนี้ไม่ได้ และบางทีประตูของ อนาโตลี ทรูบิน (Anatoly Trubin) อาจเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่งดงามที่สุดในอาชีพของ โชเซ มูรินโญ่ (Jose Mourinho) อย่างไรก็ตาม แม้ว่า เบนฟิก้า จะยังคงได้ลุ้นต่อไป แต่ก็ยังถือว่า เป็นงานยากยิ่ง กับการที่จะเข้ารอบน็อคเอาท์ต่อไปได้ ซึ่งหลังจากผลประกบคู่ ล่าสุดออกมา ใครจะเชื่อว่า เบนฟิก้า ของ โชเซ มูรินโญ่ (Jose Mourinho) ยังคงจับสลากได้ปะทะกับ เรอัล มาดริด (Real Madrid ) อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ จะเป็นสิ่งที่แตกต่างออกไปอย่างแน่นอน เรอัล มาดริด (Real Madrid ) ที่เก็บความแค้นอย่างสุมอก กำลังรอที่จะบดขยี้พวกเขา แต่ใครจะรู้ว่า โชคชะตาอยากจะขีดเขียนให้ เป็น เบนฟิก้า  (Benfica ) จะกลายเป็นทีมที่เขี่ย เรอัล มาดริด (Real Madrid ) ตกรอบ แบบเจ็บช้ำอีกหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น จะถือเป็น หายนะ และความโหดร้ายครั้งใหญ่ หรืออาจจะเป็น ความผิดพลาดชิ้นใหญ่ ในการตัดสินใจปลดโค้ช เร็วเกินไปของ เรอัล มาดริด (Real Madrid ) ก็เป็นได้ และนี่คือ เสน่ห์ ของฟุตบอล ความคลาสสิค ความมหัศจรรย์ ที่ยากจะคาดคิด ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ในเกมฟุตบอล ใครจะคิดว่า ผู้รักษาประตู จะเป็นคนตัดสินชะตา ใครจะไปคิดว่า ประตูของ อนาโตลี ทรูบิน (Anatoly Trubin) จะกระชาก ราชันชุดขาวลงมา เพลย์ ออฟ และใครจะคาดคิดว่า เบนฟิก้า  (Benfica ) กับ เรอัล มาดริด (Real Madrid ) จะยังอุตส่าห์ จับสลากมา เจอกันอีกครั้ง เพื่อตัดสินชะตาในการเข้ารอบต่อไป นี่แหละ ฟุตบอล

กรีนวู้ด เตรียมรับใช้ชาติใหม่ จาไมก้า หลังผ่านเกณฑ์ฟีฟ่าเรียบร้อยแล้ว

กรีนวูด

เมสัน กรีนวู้ด อดีตดาวเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันสังกัดสโมสร โอลิมปิค มาร์กเซย ในฝรั่งเศส เตรียมที่จะเปลี่ยนทีมชาติ หลังเจ้าตัวเคยรับใช้ทีมชาติอังกฤษมาก่อนแล้ว ซึ่งตามกฎ ต้องผ่านเงื่อนไข ไม่ถูกเรียกติดทีมชาติ เกิน 3ปี และตอนที่ติดต้องอายุไม่เกิน 21 ปี ซึ่งในเวลานี้ กรีนวู้ด ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เพราะหากย้อนกลับไปสมัยที่ เจ้าตัวติดทีมชาติอังกฤษ ตอนนั้น เมสัน กรีนวู้ด เพิ่งอายุ 18 ปีเท่านั้น และครั้งสุดท้ายที่เราได้เห็น กรีนวู้ด ในสีเสื้อสิงโตคำรามก็ต้องย้อนกลับไปปี 2020 โน่นเลยทีเดียว

สำหรับทีมชาติ จาไมก้า พยายามตื้อทางด้าน เมสัน กรีนวู้ดมาสักพักแล้ว ตั้งแต่สมัยที่เจ้าตัวยังเล่นให้ เกตาเฟ่ ในลาลีกาอยู่

จนมาถึงตอนนี้ น่าจะชัดเจนแล้วว่า เจ้าตัวน่าจะหันหลังให้ทีมชาติอังกฤษอย่างแท้จริง โดยทีมชาติ จาไมก้า นั้น มีดาวเตะดังๆ หลายรายเลยที่ถูกเรียกติดทีม ไม่ว่าจะเป็น มิคาเอล อันโตนิโอ จาก เวสต์แฮม,เลออน ไบลี่ย์ จาก แอสตัน วิลล่า,บ๊อบบี้ เดคอร์โดว่า รีด จาก เลสเตอร์ ซิตี้ ,โอมารี่ ฮัทชิสัน จาก อิปสวิช ทาวน์, เดมาราย เกรย์ ที่ปัจจุบัน สังกัด อัล อิตติฟาค ในซาอุฯ,และ เอธาน พินน็อค จาก เบรนท์ฟอร์ด  ซึ่งหากมองจากลิสต์นักเตะที่มีอยู่ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว และยิ่งหากได้ เมสัน กรีนวู้ด เข้ามาผนึกกำลังร่วมด้วยอีกล่ะก็น่าจะกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งไม่น้อยเลยทีเดียว

ฟ้าหลังฝนของ กรีนวู้ด เริ่มที่จะสดใสขึ้นมาแล้ว หลังเจ้าตัวเคลียร์ปัญหาต่างๆ จากที่เคยเกิดขึ้นมาได้

เส้นทางของเขาบนเวทีลูกหนังก็เริ่มที่จะส่องสว่างขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากที่ฤดูกาลก่อน ย้ายไปยืมตัวอยู่กับ เกตาเฟ่ มาฟอร์มก็ถือว่าดีซะด้วย มาในฤดูกาลนี้ได้ย้ายมาอยู่กับทางด้าน โอลิมปิค มาร์กเซย อย่างถาวรเรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัว 26 ล้านยูโร บวกแอดออนอีก 5 ล้านยูโรภายหลัง ว่าแล้วก็อยากรอดูโฉมหน้าของทีมชาติ จาไมก้า ที่มี เมสัน กรีนวู้ด มาร่วมด้วยจริงๆ ดูแล้วน่าจะสนุกไม่น้อยเลย แบบนี้สินะเรียกว่า ฟ้าที่สดใสหลังจากพายุโหมกระหน่ำกลับมาโชว์ฟอร์มได้ดี และปรับเรื่องการใช้ชีวิตให้ระวังมากขึ้นก้าวผ่านคำว่าดาวรุ่งแล้วพาตัวเองกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง เชื่อว่าแฟนๆ แมนฯ ยูไนเต็ด หลายๆคนก็น่าจะยังตามเชียร์ เจ้าไม้เขียว เมสัน กรีนวู้ด อยู่เหมือนเดิมแน่นอน

สำหรับ ลีก เอิงนั้นเปิดฤดูกาลไปเรียบร้อยแล้ว และ เมสัน กรีนวู้ด ก็โชว์ฟอร์มโหด ตั้งแต่นัดแรกเลย

หลังเป็นคนยิง 2 ประตูพา โอลิมปิค มาร์กเซย บุกเอาชนะ แบรสต์ไปได้ 5-1 เก็บสามคะแนนประเดิมได้สำเร็จ ถือเป็นการเปิดตัวที่สวยหรูมากๆ ของ เมสัน กรีนวู้ด กับต้นสังกัดใหม่ของเขาอย่าง โอลิมปิค มาร์เซย ดูจากการเสริมทัพ กับฟอร์มล่าสุด น่าจะได้ลุ้นยาวๆ เลยสำหรับ มาร์กเซย ฤดูกาลนี้

sbobet withdrawสมัครสมาชิก sbobet registerแจ้งฝากเงิน sbobet topupแจ้งถอนเงิน
register sbobet
contact line
contact callcenter chatcallcenter
Lucky Button