ซาอุดี โปร ลีก ออกโรงเตือน โรนัลโด ท่ามกลางอนาคตที่ไม่แน่นอน กับ อัล นาสเซอร์

Saudi Pro League ออกแถลงการณ์เตือน Cristiano Ronaldo ( คริสเตียโน โรนัลโด ) อย่างชัดเจนว่า “ไม่มีบุคคลใด ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่เพียงใด สามารถกำหนดการตัดสินใจนอกเหนือจากสโมสรของตนเองได้” ท่ามกลางกระแสข่าวความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุเกสกับ Al-Nassr กระแสดังกล่าวปะทุขึ้น หลัง โรนัลโด วัย 41 ปี ไม่มีชื่ออยู่ในทีม อัล นาสเซอร์ สำหรับเกม Saudi Pro League นัดพบกับ Al-Riyadh เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สร้างความสงสัยอย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้นภายในสโมสร และทำไมดาวยิงระดับโลกจึงถูกตัดออกจากทีม

สื่อโปรตุเกสแฉ โรนัลโด ปฏิเสธลงเล่น

โด้ขอไม่เล่น อัล นาสเซอร์

รายงานจากสื่อโปรตุเกสชื่อดัง A Bola ระบุว่า Cristiano Ronaldo ( คริสเตียโน โรนัลโด ) เป็นฝ่ายปฏิเสธลงสนามเอง หลังเริ่มไม่พอใจกับแนวทางการบริหารสโมสร โดยเฉพาะบทบาทของ Public Investment Fund ( PIF ) ซึ่งเป็นกองทุนการลงทุนของประเทศ Saudi Arabia ที่เข้ามาควบคุมหลายสโมสรในลีก ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวใกล้ชิดกับ BBC Sport เปิดเผยว่า สาเหตุหลักของความไม่พอใจของ โรนัลโด มาจากการย้ายทีมของอดีตเพื่อนร่วมทีม เรอัล มาดริด อย่าง Karim Benzema ( คาริม เบนเซมา ) ที่เพิ่งย้ายไปค้าแข้งกับจ่าฝูงของลีกอย่าง Al-Hilal จาก Al-Ittihad ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา Karim Benzema ( คาริม เบนเซมา ) วัย 38 ปี เปิดตัวกับ อัล ฮิลาล ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการทำแฮตทริก ในเกมถล่ม Al-Okhdood 6-0 เมื่อวันพฤหัสบดี ยิ่งตอกย้ำความแตกต่างของศักยภาพทีม และการเสริมทัพที่ชัดเจนกว่า ทั้ง อัล นาสเซอร์ และ อัล ฮิลาล ต่างเป็นสโมสรที่อยู่ภายใต้การดูแลของ PIF เช่นเดียวกัน โดย อัล ฮิลาล คือสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศ ด้วยแชมป์ลีกสูงสุดถึง 19 สมัย และยังเป็นทีมที่มีความพร้อมทั้งด้านนักเตะ โครงสร้าง และความต่อเนื่อง

โฆษกของ Saudi Pro League ออกแถลงการณ์ถึง BBC Sport โดยเน้นย้ำถึงหลักการบริหารของลีกว่า ทุกสโมสรมีความเป็นอิสระเท่าเทียมกัน “ซาอุดี โปร ลีก ถูกออกแบบภายใต้หลักการง่าย ๆ คือ ทุกสโมสรดำเนินงานอย่างอิสระ ภายใต้กฎเดียวกัน สโมสรมีคณะกรรมการ ผู้บริหาร และผู้นำด้านฟุตบอลของตนเอง
การตัดสินใจเรื่องการเสริมทัพ การใช้จ่าย และกลยุทธ์ เป็นหน้าที่ของแต่ละสโมสร ภายใต้กรอบการเงินที่ถูกออกแบบมาเพื่อความยั่งยืนและสมดุลของการแข่งขัน” โฆษกยังกล่าวถึง โรนัลโด ว่า เขามีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของ อัล นาสเซอร์ นับตั้งแต่ย้ายมา และยอมรับว่า ดาวเตะระดับโลกย่อมต้องการชัยชนะ แต่ก็ย้ำอย่างหนักแน่นว่า “ไม่มีบุคคลใด ไม่ว่าจะสำคัญเพียงใด สามารถกำหนดการตัดสินใจนอกเหนือจากสโมสรของตนเองได้”

โรนัลโด กับความสำเร็จที่ยังไม่สมหวัง

Cristiano Ronaldo ( คริสเตียโน โรนัลโด ) ย้ายมาอยู่กับ อัล นาสเซอร์ ในปี 2022 หลังอำลา Manchester United กลางฤดูกาล และกลายเป็นนักฟุตบอลที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยรายได้ราว 177 ล้านปอนด์ต่อปี อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในเชิงถ้วยรางวัลกลับมีจำกัด โดยแชมป์รายการเดียวที่เขาคว้ากับสโมสร คือ Arab Club Champions Cup ในปี 2023 แม้จะยิงประตูเป็นกอบเป็นกำ โรนัลโด ก็ยังไม่สามารถพา อัล นาสเซอร์ คว้าแชมป์ลีกได้ โดยทีมจบรองแชมป์ในสองฤดูกาลแรก และหล่นไปอันดับสามในฤดูกาลที่ผ่านมา ตามหลังแชมป์อย่าง อัล อิตติฮัด ถึง 13 คะแนน โรนัลโด ยิงไป 14 ประตู ในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกของการย้ายมาเล่นในลีกซาอุฯ และคว้าดาวซัลโวลีกสองฤดูกาลติดต่อกัน ด้วยผลงาน 35 และ 25 ประตู ล่าสุด เขายิงประตูที่ 17 ของฤดูกาล ในนัดพบ Al-Kholood ทำให้ยอดรวมตลอดอาชีพขึ้นไปถึง 961 ประตู เหลืออีกเพียง 39 ประตู จะถึงเป้าหมาย 1,000 ประตู ตามที่เจ้าตัวเคยประกาศไว้ อย่างไรก็ตาม ถ้วยรางวัลระดับใหญ่ยังคงห่างไกล โดย อัล นาสเซอร์ แพ้ อัล ฮิลาล ในนัดชิง King’s Cup ( คิงส์ คัพ ) ฤดูกาล 2023–24 และตกรอบรองชนะเลิศ AFC Champions League Elite ด้วยน้ำมือของ Kawasaki Frontale แหล่งข่าวใกล้ชิดกับ อัล นาสเซอร์ ให้ข้อมูลว่า ความไม่พอใจของ โรนัลโด ส่วนหนึ่งมาจากการที่เขาเห็นอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง Karim Benzema ( คาริม เบนเซมา ) และเพื่อนร่วมทีมชาติ Ruben Neves ( รูเบน เนเวส ) ประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ลีกกับต้นสังกัดในซาอุฯ “เขาเป็นนักสู้ และไม่ชอบเห็นสโมสรอื่นแข็งแกร่งกว่า” แหล่งข่าวกล่าว บทวิเคราะห์จากสื่ออังกฤษชี้ว่า เมื่อใดก็ตามที่ Cristiano Ronaldo ( คริสเตียโน โรนัลโด ) ตัดสินใจแล้ว เขาแทบไม่สนใจผลกระทบที่ตามมา แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงจำได้ดี ถึงการอำลาทีมในปี 2022 ที่เต็มไปด้วยคำวิจารณ์รุนแรงต่อโครงสร้างสโมสร สนามซ้อม และผู้จัดการทีม Erik ten Hag ( เอริก เทน ฮาก ) ซึ่งทำให้การแยกทางเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้ โรนัลโด มีอายุมากขึ้น ค่าเหนื่อยสูงขึ้น และแรงกดดันก็สูงไม่แพ้กัน คำถามสำคัญคือ เขาจะเลือกเผชิญหน้ากับสถานการณ์นี้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเจ้าตัวยังไม่ออกมาให้สัมภาษณ์ใด ๆ สถานการณ์ของ Cristiano Ronaldo ( คริสเตียโน โรนัลโด ) กับ Al-Nassr ( อัล นาสเซอร์ ) กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ระหว่างความเป็นซูเปอร์สตาร์ กับโครงสร้างลีกที่ต้องการความสมดุล ไม่ว่าอนาคตจะลงเอยอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ชัดเจน คือ ซาอุดี โปร ลีก กำลังส่งสัญญาณว่า แม้แต่ชื่อของ โรนัลโด ก็ไม่อาจอยู่เหนือระบบได้ และเวทีแห่งนี้ กำลังเดินหน้าสู่การแข่งขันที่เข้มข้นกว่าที่เคยเป็นมา

รูเบน เนเวส รับสืบทอดเสื้อเบอร์ 21 ของ ดิโอโก้ โชต้า ในทีมชาติโปรตุเกส

ทีมชาติ โปรตุเกส (Portugal) กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก หลังจากสูญเสีย ดิโอโก้ โชต้า (Diogo Jota) กองหน้าตัวเก่งของสโมสร ลิเวอร์พูล (Liverpool) และทีมชาติ โปรตุเกส ไปอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในตอนเหนือของประเทศ สเปน (Spain) เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โชต้าเสียชีวิตในวัยเพียง 28 ปี พร้อมกับน้องชาย อันเดร ซิลวา (Andre Silva) วัย 25 ปี เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวและเพื่อนสนิท แต่ยังทำให้วงการฟุตบอลทั่วโลกต่างร่วมไว้อาลัย ล่าสุด โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ (Roberto Martinez) ผู้จัดการทีมชาติ โปรตุเกส ได้ประกาศมอบเสื้อหมายเลข 21 ของ โชต้า ให้กับ รูเบน เนเวส (Ruben Neves) มิดฟิลด์จากสโมสร อัล-ฮิลาล (Al-Hilal) ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนสนิทและอดีตเพื่อนร่วมทีมของ โชต้า สมัยที่ทั้งคู่ค้าแข้งให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (Wolves)  รูเบน เนเวส (Ruben Neves) และ ดิโอโก้ โชต้า (Diogo Jota) รู้จักกันดีตั้งแต่สมัยค้าแข้งร่วมกันที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน (Wolves) ก่อนที่ โชต้า จะย้ายไป ลิเวอร์พูล (Liverpool) และสร้างชื่อเสียงในเวที พรีเมียร์ลีก (Premier League) ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนร่วมทีม แต่ยังเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างกันทั้งในและนอกสนาม ในพิธีศพของ โชต้า ที่จัดขึ้นอย่างสมเกียรติใน โปรตุเกส (Portugal) เนเวส เป็นหนึ่งในผู้แบกโลง (pallbearer) เพื่อส่งเพื่อนรักครั้งสุดท้าย ซึ่งภาพนั้นมันก็เผยแพร่ออกมาต่อสาธารณะ และมันยิ่งตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีอย่างยิ่งที่ ทั้งคู่นั้นมีต่อกันมาอย่างยาวนาน ดังนั้นการสานต่อหมายเลข 21 ก็เป็นเจตจำนงของเบน เนเวส (Ruben Neves) ที่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะสามารถนำหมายเลขนี้ให้วิ่งต่อไปในสนามเคียงข้างเขาต่อไปได้ และจะพาหมายเลขนี้ไปโลดแล่นต่อใน ฟุตบอลโลกปีหน้าพร้อมแรงจูงใจได้อย่างดีเยี่ยมอย่างแท้จริง

การสืบทอดที่มีค่าทางจิตใจอย่างยิ่ง ของ เนเวส การแสดงออกต่อเพื่อนรักของเขาจากนี้ เพื่อความฝันใน เวิลด์คัพ

รูเบน เนเวส 21

การมอบเสื้อเบอร์ 21 ให้กับ รูเบน เนเวส ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนหมายเลขตามปกติ แต่เป็นการส่งต่อสัญลักษณ์แห่งความทรงจำและแรงบันดาลใจสำหรับทีมชาติ โปรตุเกส ทุกครั้งที่ เนเวส ลงสนามด้วยเสื้อตัวนี้ มันจะเป็นเหมือนการทำให้จิตวิญญาณของ โชต้า ยังอยู่กับทีม มาร์ติเนซ กล่าวเสริมว่า “พวกเราทุกคนรู้ดีว่า ดิโอโก้ มีความหมายมากแค่ไหนต่อชีวิตเราและต่อทีมชาติ การไม่มีเขาอยู่จะเป็นแรงผลักดันใหม่ให้พวกเราต่อสู้เพื่อเป้าหมายที่เขาเคยฝันไว้ นั่นคือการคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก (World Cup)”  ทีมชาติ โปรตุเกส จะเข้าสู่การเก็บตัวครั้งแรกโดยไม่มี โชต้า ในสัปดาห์หน้า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเกม ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ที่ต้องพบกับ อาร์เมเนีย (Armenia) และ ฮังการี (Hungary) ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญในการไล่ล่าตั๋วไปเล่น ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ครั้งสุดท้ายที่ โชต้า สวมเสื้อทีมชาติ คือเกม ยูฟ่า เนชันส์ ลีก (Nations League) รอบชิงชนะเลิศ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่ โปรตุเกส เอาชนะ สเปน (Spain) ด้วยการดวลจุดโทษ ในเกมนั้น โชต้า ลงมาเป็นตัวสำรอง ขณะที่ รูเบน เนเวส เป็นผู้ยิงจุดโทษตัดสินให้ทีมคว้าแชมป์  ในระดับสโมสร ลิเวอร์พูล ตัดสินใจรีไทร์หมายเลขเสื้อ 20 ซึ่งเป็นหมายเลขที่ ดิโอโก้ โชต้า สวมใส่ตลอดการเล่นให้กับสโมสร หลังจากพูดคุยกับภรรยาของเขา รูต การ์โดโซ่ (Rute Cardoso) และสมาชิกครอบครัว เพื่อเป็นการให้เกียรติและจารึกชื่อของเขาไว้ในประวัติศาสตร์ เจมส์ มิลเนอร์ (James Milner) กองกลางของ ไบรท์ตัน (Brighton) ซึ่งเคยเล่นร่วมกับ โชต้า ที่ ลิเวอร์พูล ได้รับอนุญาตให้สวมเสื้อหมายเลข 20 ในฤดูกาลนี้ โดยสโมสรระบุว่าเป็น “การแสดงความเคารพ” ต่ออดีตเพื่อนร่วมทีม

แรงบันดาลใจอันยอดเยี่ยมสู่เป้าหมายแห่งความหวัง และความหมายที่มีมากกว่าแค่ตัวเลข

สำหรับแฟนบอล โปรตุเกส และ ลิเวอร์พูล หมายเลข 21 ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขบนหลังเสื้อ แต่เป็นตัวแทนของความมุ่งมั่น ความเสียสละ และความฝันที่ยังไม่เสร็จสิ้นของ ดิโอโก้ โชต้า การที่ รูเบน เนเวส ได้รับเกียรติให้สืบทอดเสื้อตัวนี้ จึงเปรียบเสมือนการสานต่อเจตนารมณ์ เพื่อนร่วมทีมหลายคนกล่าวตรงกันว่า โชต้า ไม่เพียงมีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม แต่ยังมีบุคลิกที่ถ่อมตนและเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน การจากไปของเขาทำให้ห้องแต่งตัวของ โปรตุเกส ว่างเปล่าในหลายมิติ แต่ขณะเดียวกันก็สร้างแรงกระตุ้นให้ทุกคนเล่นเพื่อเขา โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กล่าวปิดท้ายว่า “การไม่มี ดิโอโก้ อยู่เป็นทั้งปัจจัยของความสามัคคี แรงจูงใจ และความรับผิดชอบ เพราะเขาอยากคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก และพวกเราจะทำทุกอย่างเพื่อสานฝันนั้นต่อ” ข้อความนี้สะท้อนว่า แม้ ดิโอโก้ โชต้า จะจากไป แต่จิตวิญญาณของเขาจะยังคงอยู่ในใจเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลเสมอ เสื้อตัวเลข 21 ที่สืบทอดโดย รูเบน เนเวส จะไม่ใช่แค่เครื่องแต่งกาย แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันที่ไม่มีวันจางหาย การที่ รูเบน เนเวส ได้รับเสื้อหมายเลข 21 ของ ดิโอโก้ โชต้า เป็นมากกว่าการเปลี่ยนหมายเลข แต่เป็นการยืนยันถึงมิตรภาพ ความเคารพ และการอุทิศให้กับเพื่อนผู้ล่วงลับ ทีมชาติ โปรตุเกส จะเดินหน้าต่อไปโดยมีแรงบันดาลใจจาก โชต้า ที่ยังคงส่องสว่างอยู่เสมอ ไม่ว่าผลการแข่งขัน ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก จะออกมาเป็นเช่นไร ชื่อของ ดิโอโก้ โชต้า จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ และเสื้อหมายเลข 21 จะเป็นสัญลักษณ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของมิตรภาพและความฝันที่ไม่เคยดับ

sbobet withdrawสมัครสมาชิก sbobet registerแจ้งฝากเงิน sbobet topupแจ้งถอนเงิน
register sbobet
contact line
contact callcenter chatcallcenter
Lucky Button