คีรอน โบวี ยิงประตูแรกในเซเรีย อา พาเวโรนาพลิกชนะโบโลญญา

Kieron Bowie กองหน้าทีมชาติสกอตแลนด์ยิงประตูแรกของเขาให้กับ Hellas Verona ช่วยให้ทีมพลิกกลับมาชนะ Bologna ในศึก Serie A

ชัยชนะนัดนี้ถือเป็นเซอร์ไพรส์สำคัญ เพราะเวโรนาเพิ่งหยุดสถิติไม่ชนะใครยาวนานถึง 12 นัด และยังช่วยให้พวกเขากลับมามีความหวังในการหนีตกชั้นอีกครั้ง

 สถานการณ์หนีตกชั้นเริ่มดีขึ้น

สามคะแนนจากเกมนี้ทำให้เวโรนาทิ้งห่าง Pisa เพิ่มเป็น 3 คะแนน และลดช่องว่างกับทีมอันดับ 18 อย่าง Cremonese เหลือเพียง 6 คะแนน

สำหรับโบวี นี่เป็นการออกสตาร์ตตัวจริงนัดที่ห้านับตั้งแต่ย้ายมาจาก Hibernian ในเดือนมกราคม และทำให้เขายิงไปแล้ว 10 ประตูจาก 35 นัดในระดับสโมสรฤดูกาลนี้

 เกมพลิกในครึ่งหลัง

Kieron Bowie scored with Scotland team-mate Lewis Ferguson in pursuit
 

ครึ่งแรก เวโรนามีโอกาสสำคัญจากจังหวะที่โบวีสะกิดบอลให้ Gift Orban หลุดเดี่ยว แต่ถูกเซฟโดยผู้รักษาประตู Lukasz Skorupski

ครึ่งหลัง Riccardo Orsolini ของโบโลญญามีโอกาสยิงชนเสา ก่อนที่ Jonathan Rowe จะยิงให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ

อย่างไรก็ตาม เวโรนาตีเสมอได้จากการยิงไกลของ Martin Frese และเพียงสี่นาทีต่อมา โบวีก็ยิงประตูชัยจากการเปิดของ Gift Orban

เกมของนักเตะสกอตแลนด์ในอิตาลี

เกมนี้ยังเป็นการเผชิญหน้าของนักเตะทีมชาติสกอตแลนด์ เมื่อ Lewis Ferguson กัปตันทีมโบโลญญาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

ก่อนหน้านี้ เวโรนาเพิ่งแพ้ Napoli ที่มี Billy Gilmour ลงสนาม

ชัยชนะครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นประตูแรกในลีกสูงสุดของโบวีเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของเวโรนาในการต่อสู้เพื่ออยู่รอดในเซเรีย อาต่อไปในช่วงท้ายฤดูกาล.

เอซี มิลานเฉือนอินเตอร์ในดาร์บีเมืองมิลาน จุดความหวัง

ศึกดาร์บีแห่งเมืองมิลานระหว่าง AC Milan และ Inter Milan กลายเป็นเกมที่มีความหมายอย่างมากต่อการลุ้นแชมป์ของ Serie A

ก่อนเกม อินเตอร์นำเป็นจ่าฝูงด้วยคะแนนทิ้งห่างถึง 10 คะแนน ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าการลุ้นแชมป์แทบจะจบลงแล้ว แต่ชัยชนะของมิลานในเกมนี้ทำให้ช่องว่างลดลงเหลือ 7 คะแนน และทำให้การแข่งขันยังคงเปิดกว้างเมื่อเหลืออีก 10 นัด

 ประตูชัยจากเอสตูปินญาน

ช่วงเวลาสำคัญของเกมเกิดขึ้นก่อนหมดครึ่งแรกประมาณ 10 นาที เมื่อ Pervis Estupiñán ได้รับบอลจากการจ่ายอันยอดเยี่ยมของ Youssouf Fofana ก่อนจะยิงเต็มแรงส่งบอลเข้าประตู

ประตูดังกล่าวกลายเป็นประตูเดียวของเกม และเป็นจังหวะที่เปลี่ยนทิศทางการแข่งขันทันที

โอกาสทองของอินเตอร์ที่หลุดลอย

AC Milan edged out Inter in the Milan
 

ก่อนที่มิลานจะทำประตูได้ Henrikh Mkhitaryan มีโอกาสทองจากการพาบอลขึ้นมาจากแดนกลางเข้าสู่กรอบเขตโทษ แต่กลับยิงตรงตัวผู้รักษาประตู

ครึ่งหลัง อินเตอร์ยังคงมีโอกาสตีเสมอ โดย Federico Dimarco ได้ยิงในตำแหน่งที่ดีในกรอบเขตโทษ แต่ยิงข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

 ชัยชนะที่จุดประกายความหวังของมิลาน

ในช่วงท้ายเกม อินเตอร์พยายามเปิดเกมรุกอย่างหนักเพื่อหวังตีเสมอ แต่แนวรับของมิลานยังคงยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งจนจบเกม

ชัยชนะครั้งนี้ยังเป็นการหยุดสถิติชนะติดต่อกัน 8 นัดของอินเตอร์ และถือเป็นครั้งที่สองในฤดูกาลนี้ที่มิลานเอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองได้

แม้เส้นทางลุ้นแชมป์ยังไม่ง่าย แต่ชัยชนะในดาร์บีครั้งนี้ก็ทำให้มิลานกลับมามีความหวังอีกครั้งในการไล่ล่าตำแหน่งแชมป์เซเรีย อาในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล.

ฟุตบอลอิตาลีกับความเสี่ยงครั้งประวัติศาสตร์ในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ฟุตบอลอิตาลีกำลังยืนอยู่บนขอบเหวของความล้มเหลวในเวทียุโรป หลังมีโอกาสสูงว่าอาจไม่มีทีมจากเซเรีย อา ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของ Champions League ฤดูกาลนี้
นับตั้งแต่มีการใช้ระบบรอบน็อกเอาต์ 16 ทีมในฤดูกาล 2003-04 เป็นต้นมา อิตาลีไม่เคยขาดตัวแทนในรอบนี้เลย และหากนับย้อนกลับไปอีก จะพบว่ามีอย่างน้อยหนึ่งทีมอิตาลีเข้ารอบน็อกเอาต์ของถ้วยยุโรปสูงสุดทุกปีตั้งแต่ฤดูกาล 1987-88

 ความพ่ายแพ้ของอินเตอร์ และภารกิจหนักของยูเวนตุสกับอตาลันตา

ความหวังของอิตาลีลดลงอย่างมาก เมื่อ Inter Milan ตกรอบเพลย์ออฟอย่างพลิกความคาดหมายต่อโบโด/กลิมท์จากนอร์เวย์ ทำให้ภารกิจในการรักษาสถิติอันยาวนานตกอยู่กับ Juventus และ Atalanta
ยูเวนตุสตามหลัง Galatasaray ถึง 5-2 ขณะที่อตาลันตาตามหลัง Borussia Dortmund 2-0 หากทั้งสองทีมไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ อิตาลีจะไม่มีทีมในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี

จากยุครุ่งเรืองสู่ยุคตั้งคำถาม

Italian clubs on brink of historic Champions League embarrassment

ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 เซเรีย อาเคยเป็นลีกที่ทรงพลังที่สุดในโลก อินเตอร์เคยทุ่มเงินสถิติโลกคว้าตัวโรนัลโด้และคริสเตียน วิเอรี ขณะที่ AC Milan คว้าแชมป์ยุโรปในปี 2003 และ 2007
อย่างไรก็ตาม แชมป์แชมเปียนส์ลีกครั้งล่าสุดของอิตาลีเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2010 โดยอินเตอร์ของโชเซ มูรินโญ่ หลังจากนั้น แม้จะมีความสำเร็จในรายการรองอย่างยูโรปาลีกและคอนเฟอเรนซ์ลีก แต่ถ้วยใหญ่ที่สุดของยุโรปกลับห่างไกลออกไป

 สัญญาณเตือนต่ออนาคตลูกหนังแดนมักกะโรนี

การตกรอบของอินเตอร์ ทั้งที่พวกเขานำเป็นจ่าฝูงในเซเรีย อา ห่างจาก AC Milan ถึง 10 คะแนน และนำ Napoli อีก 4 คะแนน ยิ่งตอกย้ำความย้อนแย้งระหว่างความแข็งแกร่งในประเทศกับความล้มเหลวในเวทียุโรป
นักวิเคราะห์มองว่านี่ไม่ใช่ปัญหาระยะสั้น แต่เป็นภาพสะท้อนว่าฟุตบอลอิตาลีกำลังตามหลังลีกชั้นนำอื่นในระยะยาว ทั้งด้านการลงทุน คุณภาพนักเตะ และความสามารถในการแข่งขัน

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เปรียบฟอร์มเซลติก หลังคืนชีพในยูโรปาลีก

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส (Brendan Rodgers) ผู้จัดการทีมเซลติก กลายเป็นคนดังในโลกฟุตบอลไม่ใช่แค่เพราะฝีมือการคุมทีม แต่เพราะคำเปรียบเทียบที่แสบและคมไม่แพ้การเล่นของลูกทีม หลังออกมาวิจารณ์ฟอร์มของนักเตะว่า “ยังขับเหมือน Honda Civic ทั้งที่อยากให้วิ่งเหมือน Ferrari”

แต่หลังเกม ยูโรปาลีก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่เซลติกเปิดบ้านแซงชนะ สตวร์ม กราซ (Sturm Graz) จากออสเตรีย 2-1 — ร็อดเจอร์สก็ยิ้มออก พร้อมอัปเกรดคำเปรียบเทียบของเขาอย่างมีอารมณ์ขัน

“วันนี้เราอาจยังไม่ถึงขั้น Ferrari... แต่ผมว่าพอจะเป็น Range Rover Sport ได้แล้วล่ะ”

“หวังว่าเราจะไม่กลับไปเป็น Morris Minor อีกนะ (หัวเราะ) — ไม่ใช่ว่ารถพวกนั้นไม่ดีหรอกนะครับ”

— เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กล่าวหลังเกม

จากความผิดหวังที่ดันดี สู่การปลุกใจในยุโรป

ย้อนกลับไปเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ที่สนาม เดนส์ พาร์ก (Dens Park) แฟนบอลเซลติกต่างโห่ลั่นหลังทีมบุกแพ้ ดันดี ยูไนเต็ด อย่างไม่น่าเชื่อ เสียงวิจารณ์ดังไปถึงข้างสนาม ก่อนที่ร็อดเจอร์สจะใช้คำเปรียบเทียบ “Honda Civic vs Ferrari” เพื่ออธิบายว่า

“คุณไม่มีทางลงแข่ง แล้วได้กุญแจ Honda Civic มา แต่คาดหวังว่าจะขับมันเหมือน Ferrari ได้หรอก มันเป็นไปไม่ได้”

ประโยคนั้นกลายเป็นไวรัลในวงการฟุตบอลสก็อตแลนด์ และถูกตีความว่าเป็น “การส่งสัญญาณ” ไปถึงบอร์ดบริหารเรื่องศักยภาพของทีมชุดนี้ ที่อาจยังไม่ถึงระดับที่ร็อดเจอร์สต้องการ

 เกมนี้ เซลติกเปลี่ยนเกียร์ใหม่

Brendan Rodgers compares

เกมกับ สตวร์ม กราซ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของร็อดเจอร์สและลูกทีม หลังโดนยิงนำก่อนในครึ่งแรก แต่สามารถรวมพลังกลับมาชนะได้ด้วยสกอร์ 2-1 จากความเฉียบขาดของแนวรุกช่วงท้ายเกม

ฟอร์มการเล่นครั้งนี้แตกต่างจากความเฉื่อยในนัดก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด — ทีมมีความดุดันมากขึ้น จ่ายบอลแม่นขึ้น และเล่นด้วยจังหวะที่เร็วกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่ร็อดเจอร์สเรียกว่า “เริ่มขับเหมือนรถที่แรงขึ้น”

 เสียงจากกุนซือ – ร็อดเจอร์สกับการเปลี่ยน “คำวิจารณ์” เป็นแรงขับ

หลังจบเกม ร็อดเจอร์สยอมรับว่าเขาตั้งใจใช้คำเปรียบเทียบเรื่อง “รถยนต์” เพื่อกระตุ้นทีมให้คิดและพัฒนาตัวเอง

“ผมพูดแบบนั้นเพราะอยากให้ทีมรู้ว่าเราต้องขับให้แรงกว่านี้ ต้องมีพลังและความเชื่อมั่นมากกว่านี้”

“คืนนี้เราเริ่มเห็นแววของมันแล้ว — เรายังไม่ใช่ Ferrari หรอก แต่เรากำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง”

 เป้าหมายต่อไป — จาก Range Rover สู่ Ferrari ตัวจริง

ชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเซลติกในเวทียุโรป แต่ยังอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนบรรยากาศภายในทีม หลังจากที่ถูกวิจารณ์หนักในช่วงต้นฤดูกาล

แฟนบอลหลายคนต่างชื่นชมในโลกออนไลน์ โดยมีคนหนึ่งคอมเมนต์ว่า

“ถ้าทีมนี้เป็น Range Rover จริง ๆ ขอแค่ขับต่อไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ถึงเส้นทางของ Ferrari เองนั่นแหละ”

นาโปลีชนะเอซี มิลาน ขึ้นนำจ่าฝูงเซเรีย อา 7 แต้ม

นาโปลีทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันกัลโช่ เซเรีย อา ล่าสุด ด้วยการเอาชนะเอซี มิลาน 2-0 ที่สนามซานซิโร ส่งผลให้ทีมนำห่างอันดับสองในตารางเซเรีย อา ถึง 7 คะแนน และยืนยันสถานะการเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ในฤดูกาลนี้

ในเกมนี้ โรเมลู ลูกากู อดีตกองหน้าของอินเตอร์ มิลาน

ที่เพิ่งย้ายกลับมาเซเรีย อา ได้สร้างความประทับใจตั้งแต่ต้นเกม เมื่อเขาทำประตูขึ้นนำให้ทีมตั้งแต่ห้านาทีแรก หลังจากเบียดเอาชนะสตราฮินยา ปาฟโลวิชในกรอบเขตโทษได้ก่อนจะยิงบอลอย่างเฉียบขาดเข้ามุมล่างไปอย่างรวดเร็ว ลูกากูยังคงแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้เล่นระดับโลกที่มีความแข็งแกร่งและทักษะที่สุดยอดในการทำประตูนี้

แม้ว่าเอซี มิลานจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ พยายามตอบโต้และสร้างโอกาสบุกหลายครั้ง ด้วยการทดสอบอเล็กซ์ เมเร็ต ผู้รักษาประตูฝั่งนาโปลีที่ต้องออกทำงานหลายครั้ง แต่ควิช่า ควารัตสเคเลีย ก็ทำให้ความพยายามของเจ้าบ้านยากขึ้นไปอีกเมื่อเขาทำประตูที่สองให้กับทีมนาโปลีก่อนหมดครึ่งแรก นักเตะจากจอร์เจียใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการลากเลื้อยบอลผ่านแนวรับฝั่งซ้าย เลี้ยงตัดผ่านกองหลังหลายรายก่อนยิงบอลโค้งผ่านมือของไมค์ เมญอน เข้าสู่ตาข่ายไปอย่างสวยงาม

ครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้นด้วยความหวังของเอซี มิลานในการจะกลับมาสู่เกม เมื่อพวกเขาทำประตูได้จากการโหม่งของอัลวาโร่ โมราต้า แต่ต้องช้ำใจเมื่อกรรมการริบประตูเนื่องจากเป็นตำแหน่งล้ำหน้า แต่พวกเขายังคงพยายามหาทางเจาะแนวรับนาโปลีที่แข็งแกร่ง

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้นาโปลีของอันโตนิโอ คอนเต้ มีคะแนนสะสม 25 คะแนน นำห่างอินเตอร์ มิลานอันดับสองถึง 7 แต้ม การเป็นทีมจ่าฝูงในฤดูกาลนี้แสดงให้เห็นถึงการกลับมาของยอดทีมแห่งเนเปิลส์ แม้อันโตนิโอ คอนเต้จะเพิ่งเข้ามารับงานคุมทีมในฤดูกาลนี้ก็ตาม

จาก 'ละลายเหมือนหิมะ' สู่ความแข็งแกร่งดุจน้ำแข็ง

จาก 'ละลายเหมือนหิมะ' สู่ความแข็งแกร่งดุจน้ำแข็ง

เมื่อครั้งแรกที่อันโตนิโอ คอนเต้ เข้ามาคุมทีมนาโปลีและพ่ายแพ้ต่อเวโรน่า 3-0 อย่างน่าสะพรึงกลัวในแมตช์เปิดสนาม คอนเต้เคยกล่าวด้วยความผิดหวังว่านาโปลีของเขานั้น "ละลายเหมือนหิมะในแดด" แสดงถึงความไม่มั่นคงของทีมในเวลานั้น

แฟนบอลนาโปลีหลายคนอาจจะรู้สึกหวั่นไหวกับสถานการณ์ของทีม และกลัวว่าผลงานย่ำแย่อาจจะสืบเนื่องมาจากฤดูกาล 2023-24 ที่ผ่านมา ซึ่งนาโปลีในฐานะแชมป์เก่า กลับจบฤดูกาลด้วยการตามหลังทีมจ่าฝูงถึง 39 คะแนน

แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนับจากวันแรกของการแข่งขันกลับเป็นเรื่องที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง ทีมของคอนเต้ไม่แพ้ใครใน 9 เกมที่ผ่านมา โดยชนะไปถึง 8 เกมและเสมอ 1 ยิงได้ 18 ประตู และเสียเพียง 2 ประตูเท่านั้น นาโปลีกลายเป็นทีมที่มีความแข็งแกร่งทั้งในเกมรุกและเกมรับ รวมถึงการวางแผนที่เข้มแข็ง การที่พวกเขาทำแต้มหล่นเพียงครั้งเดียวในเส้นทางนี้ คือการเสมอกับยูเวนตุส 0-0 ในช่วงกลางเดือนกันยายน

นี่คือหนึ่งในแปดเกมที่ทีมสามารถรักษาคลีนชีตได้จาก 10 เกมในฤดูกาลนี้ โดยเกมล่าสุดในคืนวันอังคารสามารถทำได้ด้วยการเซฟ 5 ครั้งของอเล็กซ์ เมเร็ต และการบล็อกสำคัญหลายครั้งจากอามีร์ ราห์มานี และอเลสซานโดร บูโอนจอร์โน่ สองเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่เป็นหัวใจสำคัญในแนวรับ

อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้ครองแชมป์เซเรีย อา 4 สมัย ได้นำความแข็งแกร่งและความเฉลียวฉลาดในการจัดการทีมนำมาสู่นาโปลี หลังจากที่ "ละลาย" ในวันแรกของการแข่งขัน ตอนนี้นาโปลีดูแข็งแกร่งดุจน้ำแข็ง กลายเป็นพลังแห่งชัยชนะแบบยากจะต้านทาน และพิสูจน์ว่าเขาและทีมพร้อมเสมอที่จะท้าทายและคว้าถ้วยแชมป์อีกครั้งในฤดูกาลนี้  กลายเป็นพลังแห่งชัยชนะที่ยากจะต้านทาน ที่ดูเหมือนว่าจะพร้อมท้าชิงแชมป์อีกครั้ง

sbobet withdrawสมัครสมาชิก sbobet registerแจ้งฝากเงิน sbobet topupแจ้งถอนเงิน
register sbobet
contact line
contact callcenter chatcallcenter
Lucky Button