เวสต์แฮม มีหวังหลังทุบวูล์ฟ วูบ 4-0 ถีบ สเปอร์สหล่นโซนแดงไปก่อน

หลังจากฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและความกดดัน ในที่สุด เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็เริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อีกครั้ง จากชัยชนะถล่มทลาย 4-0 เหนือ วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมบ๊วยของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ในคืนวันศุกร์ ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาในฤดูกาลนี้ และมันมีความหมายอย่างมากต่อสถานการณ์ของพวกเขาในเวลานี้ เพราะไม่เพียงช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากโซนตกชั้นของ พรีเมียร์ลีก เท่านั้น แต่ยังส่งให้คู่แข่งร่วมกรุงลอนดอนอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ต้องร่วงลงไปอยู่ในพื้นที่โซนแดงแทนที่ สถานการณ์ในตารางคะแนนตอนนี้เข้มข้นอย่างมาก โดยมีเพียง 3 คะแนนเท่านั้นที่แยกระหว่าง 4 ทีมที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้น ขณะที่ วูล์ฟส์ และ เบิร์นลีย์ ดูเหมือนจะชัดเจนแล้วว่าพวกเขาจะจับจองพื้นที่เพื่อลงไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ชิพ ในฤดูกาลหน้า ผู้จัดการทีม เวสต์แฮม อย่าง นูโน เอสปิริโต ซานโต (Nuno Espirito Santo) ยังคงเน้นย้ำว่าทีมของเขายังมีงานหนักรออยู่ข้างหน้า แต่ก็ยอมรับว่านี่คือก้าวสำคัญสู่ความอยู่รอด เขากล่าวว่า พวกเรามีความสุขมาก ๆ เป็นค่ำคืนที่ทุกคนสมควรได้รับ โดยเฉพาะแฟนบอลของเรา” บรรยากาศในสนาม ลอนดอน สเตเดียม วันนี้ยอดเยี่ยมมาก เต็มไปด้วยพลัง และช่วยให้ทีมผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก”

ในเกมนี้ ตาตี กัสเตยานอส (Taty Castellanos) และ คอนสแตนตินอส มาฟโรปานอส (Konstantinos Mavropanos) ต่างทำคนละสองประตู พาทีมคว้าชัยอย่างขาดลอย ขณะที่ฝั่งแฟนบอล เวสต์แฮม กำลังเฉลิมฉลองอย่างมีความสุข แฟนบอล สเปอร์ส ที่ติดตามผลการแข่งขันอยู่ที่บ้าน คงรู้สึกกังวลและผิดหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ กับทุกประตูที่เกิดขึ้น

จุดตกต่ำที่สุดของ สเปอร์ กับความหวังผู้กอบกู้สถานการณ์โค้งสุดท้าย โรแบร์โต้ เด แชร์บี้

สเปอร์ร่วงโซนตกชั้น

สำหรับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่ โรแบร์โต้ เด แซร์บี (Roberto De Zerbi) สถานการณ์ตอนนี้ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในยุค พรีเมียร์ลีก แม้ในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา ทีมจะเคยเข้าใกล้โซนตกชั้นอยู่บ้าง และแม้กระทั่งฤดูกาลที่พวกเขาคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก ก็ยังจบอันดับ 17 ในลีก แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะนี่คือครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2015 ที่พวกเขาหล่นลงมาอยู่ในโซนตกชั้นจริง ๆ ครั้งล่าสุดในปีนั้น เกิดขึ้นเพียงนัดแรกของฤดูกาล ภายใต้การคุมทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน (Mauricio Pochettino) ก่อนที่ทีมจะจบฤดูกาลในอันดับ 3 อย่างน่าประทับใจ แต่หากย้อนกลับไปลึกกว่านั้น ต้องไปถึงปี 1998 ที่ สเปอร์ส อยู่ในอันดับ 18 หลังผ่านไป 24 นัด

อย่างไรก็ตาม การที่ทีมอยู่ในโซนตกชั้นหลังผ่านไปแล้วถึง 31 นัดในฤดูกาล ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก และถือเป็นจุดตกต่ำครั้งใหม่อย่างแท้จริง สถิติยิ่งเพิ่มความน่ากังวล เมื่อจาก 31 ฤดูกาลที่ผ่านมา ทีมที่อยู่อันดับ 18 หลังผ่านไป 31 นัด ตกชั้นถึง 21 ครั้ง อดีตนักเตะ สเปอร์ส อย่าง เจมี่ เรดแนปป์ (Jamie Redknapp) แสดงความคิดเห็นว่า เมื่อผมมองไปที่ทีม สเปอร์ส ตอนนี้ ผมไม่เห็นผู้เล่นที่สามารถตัดสินเกมได้เลย” ในขณะที่ เวสต์แฮม มีผู้เล่นอย่าง จาร์ร็อด โบเวน (Jarrod Bowen) และ คริสเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ (Crysencio Summerville) ที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ในช่วงสำคัญ” คำถามก็คือว่า  โรแบร์โต้ เด แซร์บี (Roberto De Zerbi) จะเป็นที่จะมากอบกู้สถานการณ์เช่นนี้ได้หรือไม่ หรือ เตรียมตัวไว้เพื่อสู้ศึก แชมเปี้ยนส์ชิพล่วงหน้า หลังจากเกมกับ ซันเดอร์แลนด์ แล้ว สเปอร์ส ยังต้องเจอกับโปรแกรมที่หนักหน่วง โดย 4 จาก 6 นัดที่เหลือ เป็นการพบกับทีมในครึ่งบนของตาราง

รวมถึงการออกไปเยือน แอสตัน วิลลา และ เชลซี ซึ่งทั้งสองทีมกำลังลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อย่างไรก็ตาม ยังมีสถิติเล็ก ๆ ที่พอให้กำลังใจแฟนบอลได้บ้าง จาก 17 ครั้งที่ผ่านมา ที่ทีมมี 30 คะแนนหลังผ่าน 31 นัด มีเพียง 6 ทีมเท่านั้นที่ตกชั้น นั่นหมายความว่า สเปอร์ส ยังมีโอกาสรอดอยู่ แม้จะไม่มากนัก เขายังเสริมอีกว่า ความกดดันตอนนี้ตกอยู่ที่ สเปอร์ส เต็ม ๆ พวกเขาต้องชนะ ซันเดอร์แลนด์ ในนัดต่อไป แต่ไม่ใช่งานง่ายแน่นอน”

ศึกหนีตกชั้นยังคงเปิดกว้างต่อไปกับสถานการณ์ ท้ายตารางไฟลุกเช่นนี้

การลุ้นหนีตกชั้นในฤดูกาลนี้ยังคงเข้มข้น และพร้อมพลิกผันได้ทุกเมื่อ นอกจาก เวสต์แฮม และ สเปอร์ส แล้ว ยังมี ลีดส์ ยูไนเต็ด และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ที่อยู่ในสถานการณ์เสี่ยงเช่นกัน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ มีโปรแกรมเปิดบ้านพบกับ แอสตัน วิลลา หลังจากเพิ่งผ่านเกม ยูโรปา ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ กับ ปอร์โต มาอย่างหนัก ขณะที่ สเปอร์ส ต้องพยายามบุกไปเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งเป็นทีมที่เล่นในบ้านได้แข็งแกร่ง และแพ้ในบ้านเพียง 3 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนี้ ส่วน ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งมีคะแนนมากกว่า เวสต์แฮม เพียง 1 คะแนน จะต้องบุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด

สถิติไม่เป็นใจพวกเขาเลย เพราะ ลีดส์ ไม่เคยชนะที่นั่นในลีกตั้งแต่ปี 1981 จาร์ร็อด โบเวน (Jarrod Bowen) กัปตันทีม เวสต์แฮม กล่าวติดตลกว่า ผมมีลูกสามคนต้องดูแล แต่ก็คงต้องแอบเช็กผลการแข่งขันบ้าง” ความสามัคคีและสปิริตของทีมสำคัญมากในช่วงเวลาแบบนี้” ฤดูกาลนี้กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย และการหนีตกชั้นยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กลับมามีความหวังอีกครั้ง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ต้องเผชิญความจริงที่ไม่เคยเจอ ขณะที่ทีมอื่น ๆ ก็ยังคงดิ้นรนอย่างหนัก ทุกเกมจากนี้มีความหมาย และอาจเป็นตัวชี้ชะตาของทั้งฤดูกาล ศึกหนีตกชั้นปีนี้ จึงอาจเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่เข้มข้นที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก

 

การเปลี่ยนตัวของ โรซีเนียร์ พลิกเกม เชลซี คัมแบ็กสุดระทึก

การเริ่มต้นเส้นทางผู้จัดการทีมใน พรีเมียร์ลีก (Premier League) ของ เลียม โรซีเนียร์ (Liam Rosenior) ถือว่าน่าประทับใจเกินความคาดหมาย ชัยชนะสุดดราม่าเหนือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (West Ham United) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คือชัยชนะในลีกเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันของ เชลซี (Chelsea) นับตั้งแต่กุนซือวัย 41 ปี เข้ามารับตำแหน่งแทน เอ็นโซ มาเรสกา (Enzo Maresca) ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม และในหนึ่งในบททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่คุมทีม การตัดสินใจ “เปลี่ยนตัวแบบกล้าหาญ” ในช่วงพักครึ่ง คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ เชลซี พลิกสถานการณ์จากตามหลัง 0-2 กลับมาชนะ 3-2 พร้อมขยับขึ้นสู่ท็อปโฟร์ของตาราง หลังจากเพิ่งคว้าชัยเหนือ นาโปลี (Napoli) ในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก (UEFA Champions League) เมื่อกลางสัปดาห์ โรซีเนียร์ เลือกโรเตชันทีมถึง 7 ตำแหน่ง ผลลัพธ์คือฟอร์มครึ่งแรกที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง เปิดโอกาสให้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้น คุมเกมและออกนำอย่างสมควร เสียงโห่จากแฟนบอล เชลซี ดังขึ้นทั่วสนามเมื่อจบครึ่งแรก และการตามหลัง 0-2 ก็แทบไม่มีใครโต้แย้งว่าไม่สมควร

สามการเปลี่ยนตัว ที่จุดไฟให้ทั้งทีม ของ โรซีเนียร์ ในครึ่งหลัง

เอ็นโซ่ ยิงทดเจ็บเวสต์แฮม

แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในครึ่งหลัง โรซีเนียร์ ตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นถึง 3 คนทันทีในช่วงพักครึ่ง และผลลัพธ์ปรากฏอย่างชัดเจน ตัวสำรองอย่าง มาร์ก กูกูเรยา (Marc Cucurella) และ เจา เปโดร (Joao Pedro) ยิงคนละประตูช่วยให้ เชลซี ตีเสมอ ก่อนที่ เอ็นโซ แฟร์นันเดซ (Enzo Fernandez) จะสวมบทฮีโร่ ซัดประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงแค่สามแต้ม แต่เป็นสัญญาณชัดเจนถึงพลังการปรับแท็กติกระหว่างเกมของผู้จัดการทีมคนใหม่ หลังจบเกม เลียม โรซีเนียร์ (Liam Rosenior) กลับเลือกไม่ยกย่องตัวเอง แต่ชี้ไปที่ทัศนคติของลูกทีม “สิ่งที่ผมเรียนรู้มากที่สุดคือ กลุ่มนักเตะชุดนี้มีสปิริต มีการต่อสู้ และมีความแข็งแกร่งทางจิตใจที่ผมชอบมาก” “เราพูดกันเสมอเรื่องการตอบสนองต่อความผิดพลาด การเสียบอล การเพรสซิ่ง พลัง และความเข้มข้น ซึ่งทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นในครึ่งหลัง” “ผมไม่คิดว่ามันเป็นแค่ผลจากการเปลี่ยนตัว” คำพูดนี้สะท้อนแนวคิดการสร้างทีมมากกว่าการพึ่งพาแท็กติกเพียงอย่างเดียว ผลงานช่วงต้นของ โรซีเนียร์ ตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยชัยชนะที่ต้อง “บดเอา” และการแก้เกมระหว่างนัดอย่างชัดเจน แตกต่างจากยุคของ เอ็นโซ มาเรสกา (Enzo Maresca) ที่จบลงด้วยความขัดแย้งกับฝ่ายบริหาร และสถิติอันเลวร้ายในการทำแต้มหลุดมือจากตำแหน่งนำถึง 15 คะแนน มากที่สุดในลีก อดีตปีก เชลซี อย่าง แพต เนวิน (Pat Nevin) วิเคราะห์ผ่าน BBC Radio 5 Live ว่า “โรซีเนียร์ พา เชลซี กลับไปสู่ระบบที่นักเตะคุ้นเคย มันดูเหมือนอัจฉริยะ เพราะพวกเขาชนะ”

คำถามถูกตั้งขึ้นว่า ตัวจริงผิดพลาด หรือ แค่โรเตชันมากเกินไป?

แน่นอนว่าเสียงวิจารณ์ยังคงมี โดยเฉพาะการจัดตัวจริง แนวซ้ายของ เชลซี อย่าง อเลฮานโดร การ์นาโช (Alejandro Garnacho) , ยอร์เรล ฮาโต (Jorrel Hato) และ เบอนัวต์ บาเดียชิล (Benoit Badiashile) ถูกมองว่ามีส่วนกับสองประตูของ จาร์ร็อด โบเวน (Jarrod Bowen) และ คริเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ (Crysencio Summerville) ทั้งสามคนถูกเปลี่ยนออกพร้อมกันในช่วงพักครึ่ง แม้ก่อนหน้านั้นจะมีการเปลี่ยนตัวจำเป็น เมื่อ เจมี กิตเทนส์ (Jamie Gittens) บาดเจ็บและถูกแทนที่โดย เปโดร เนโต (Pedro Neto) โรซีเนียร์ ปกป้องลูกทีมอย่างชัดเจน “มันไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง มันคือผลงานที่แย่ทั้งทีม” “การเปลี่ยนเร็วไม่ได้หมายความว่าพวกเขาหลุดจากแผนของผม” การกล้าเปลี่ยนตัวเร็วกลายเป็นเอกลักษณ์ของ โรซีเนียร์ ตั้งแต่สมัยคุม สตราส์บูร์ก (Strasbourg) สโมสรเครือเดียวกับ เชลซี ภายใต้เจ้าของ ท็อดด์ โบห์ลีย์ (Todd Boehly) และ เคลียร์เลค แคปิตอล (Clearlake Capital) ในเกมกับ เบรนท์ฟอร์ด (Brentford) การเปลี่ยนตัวช่วงต้นเกมช่วยให้ทีมรักษาสกอร์ ก่อนปิดเกมชนะ 2-0 ในนัดแรกของเขาในลีก แม้ เชลซี จะมีนักเตะสำรองคุณภาพสูงอย่าง กูกูเรยา , เจา เปโดร , เวสลีย์ โฟฟานา (Wesley Fofana) , เนโต และ รีซ เจมส์ (Reece James) แต่การโรเตชันยังคงเป็นปัญหา อดีตกุนซืออย่าง มาเรสกา เคยวิจารณ์ว่า นักเตะอย่าง อันเดรย์ ซานโตส (Andrey Santos) และ โทซิน อดาราบิโอโย (Tosin Adarabioyo) ยังไม่ถึงระดับตัวจริง อดีตผู้รักษาประตู เชลซี อย่าง ร็อบ กรีน (Rob Green) เสริมว่า “โรซีเนียร์ แก้เกมได้ถูกต้อง แต่เขายังมีปัญหาเดียวกับ มาเรสกา” “ช่องว่างระหว่างตัวจริงกับตัวสำรองยังห่างกันมาก” เลียม โรซีเนียร์ (Liam Rosenior) กลายเป็นผู้จัดการทีมชาว อังกฤษ (England) คนที่ 4 ที่ชนะ 3 นัดแรกใน พรีเมียร์ลีก เขาชนะไปแล้ว 6 จาก 7 นัดในทุกรายการ และพา เชลซี คัมแบ็กจากตามหลัง 2 ประตูเพื่อชนะเกมลีกเป็นครั้งแรกของสโมสร ผลงานเหล่านี้ส่ง เชลซี ขึ้นสู่อันดับ 4 ของตาราง พร้อมลุ้นแชมป์ใน 4 รายการ บททดสอบต่อไปคือเกมเยือน อาร์เซนอล (Arsenal) ในเลกสองของศึก ลีก คัพ (League Cup) รอบรองชนะเลิศ หลังแพ้เลกแรก 2-3 ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ (Stamford Bridge) และคำถามยังคงอยู่ นี่คืออัจฉริยะของ เลียม โรซีเนียร์… หรือแค่การตัดสินใจที่ควรทำตั้งแต่แรก? คำตอบ อาจชัดเจนขึ้นในคืนวันอังคารนี้

ลิเวอร์พูลกลับมาคว้าชัย บุกอัดเวสต์แฮม 2-0 พร้อมขยับขึ้นที่8

ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ กลับมาค้นพบฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง หลังจากที่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากด้วยการพ่ายแพ้ติดต่อกันถึง 3 นัดในทุกรายการ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับแฟนบอลหงส์แดงเป็นอย่างมาก การเดินทางมาเยือนสนามลอนดอน สเตเดี้ยม ในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทีมของยูร์เกน คล็อปป์ที่ต้องการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและจิตวิญญาณของทีม

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เจ้าบ้านที่กำลังต้องการคะแนนเพื่อปรับปรุงอันดับในตารางพรีเมียร์ลีก ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่เมื่อต้องรับมือกับทีมชั้นนำอย่างลิเวอร์พูลที่กำลังกระหายชัยชนะ แม้จะได้เปรียบในการเล่นบนบ้านตัวเอง แต่ฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอของพวกเขาในช่วงที่ผ่านมาก็สร้างความกังวลให้กับแฟนบอลค้อนไม่น้อย

การกลับมาของนักเตะหลักหลายคนจากอาการบาดเจ็บทำให้ลิเวอร์พูลมีตัวเลือกมากขึ้นในการจัดทีม โดยเฉพาะแนวรุกที่ได้รับการเสริมทัพด้วยการกลับมาของนักเตะคุณภาพ ซึ่งสิ่งนี้ช่วยเพิ่มความคมชัดและความหลากหลายในการเล่นของทีม ขณะที่เวสต์แฮมต้องปรับแผนการเล่นเพื่อรับมือกับการบุกที่รวดเร็วและอันตรายของคู่แข่ง

บรรยากาศภายในสนามเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวังจากแฟนบอลทั้งสองฝ่าย โดยแฟนบอลเจ้าบ้านหวังจะเห็นทีมของพวกเขาสร้างความประหลาดใจด้วยการเอาชนะทีมใหญ่ ขณะที่กองเชียร์ลิเวอร์พูลที่เดินทางมาให้กำลังใจทีมหวังจะได้เห็นการกลับมาของฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของทีมรักอีกครั้ง

ครึ่งแรกที่เต็มไปด้วยโอกาส

A first half full of opportunities

ตั้งแต่นาทีแรกของการแข่งขัน ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะคว้าชัยชนะด้วยการครองบอลและสร้างจังหวะบุกอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนที่ของนักเตะแนวหน้าสร้างปัญหาให้กับแนวรับของเวสต์แฮมตั้งแต่ช่วงต้นเกม โดยเฉพาะการวิ่งเข้าหาช่องว่างและการแลกเปลี่ยนตำแหน่งที่รวดเร็วซึ่งทำให้กองหลังเจ้าบ้านต้องทำงานหนักเพื่อปิดพื้นที่

นาทีที่ 21 เป็นช่วงเวลาที่ลิเวอร์พูลเกือบจะได้ประตูขึ้นนำ เมื่ออเล็กซานเดอร์ อิซัค นักเตะดาวรุ่งของทีมหงส์แดงได้จังหวะยิงจากระยะใกล้ แต่อัลฟงส์ อเรโอล่า ผู้รักษาประตูของเวสต์แฮมแสดงความสามารถที่ยอดเยี่ยมด้วยการพุ่งป้องกันได้ทันท่วงที จังหวะนี้เป็นสัญญาณเตือนให้เจ้าบ้านรู้ว่าพวกเขากำลังเผชิญกับแรงกดดันที่หนักหน่วงจากทีมเยือน

การควบคุมเกมของลิเวอร์พูลยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง พวกเขาสร้างจังหวะการเล่นที่รวดเร็วและแม่นยำผ่านการส่งบอลสั้นและการเคลื่อนที่อย่างมีแบบแผน กองกลางของหงส์แดงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการควบคุมจังหวะเกมและกระจายบอลไปยังแนวรุกอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เวสต์แฮมต้องตั้งรับเป็นส่วนใหญ่และหาโอกาสบุกได้น้อยมาก

นาทีที่ 38 เป็นอีกหนึ่งโอกาสทองของลิเวอร์พูล เมื่ออเล็กซานเดอร์ อิซัค แสดงความเฉลียวฉลาดด้วยการส่งบอลให้ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ หลุดเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้รักษาประตูตัวต่อตัว แต่อัลฟงส์ อเรโอล่า ยังคงแสดงฟอร์มที่ยอดเยี่ยมด้วยการป้องกันได้อีกครั้ง ช่วงเวลานี้แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงที่ดีระหว่างนักเตะแนวหน้าของลิเวอร์พูล แต่ยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย

เวสต์แฮมพยายามสร้างจังหวะโต้กลับผ่านการเล่นบอลยาวและการใช้ความเร็วของนักเตะปีกข้าง แต่แนวรับของลิเวอร์พูลที่มีการจัดระเบียบอย่างดีสามารถรับมือได้อย่างมั่นคง การกดดันสูงของทีมเยือนยังทำให้เจ้าบ้านไม่สามารถสร้างเกมรุกได้อย่างต่อเนื่อง และมักจะสูญเสียบอลในแดนกลางสนามซึ่งเป็นจุดที่ลิเวอร์พูลครองเกมได้อย่างเหนือกว่า

ช่วงท้ายของครึ่งแรก ลิเวอร์พูลยังคงสร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง แต่การป้องกันที่แน่นหนาของเวสต์แฮมและฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของอเรโอล่าทำให้ประตูยังไม่มาถึง การจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0-0 แม้จะดูเหมือนเป็นผลที่น่าพอใจสำหรับเจ้าบ้าน แต่สถิติการครองบอลและโอกาสยิงประตูชี้ชัดว่าลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

การปรับแผนและความพยายามของเวสต์แฮม

หลังจากพักครึ่ง เวสต์แฮมออกมาด้วยท่าทีที่ดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาพยายามที่จะเพิ่มแรงกดดันในแดนหน้าและสร้างจังหวะบุกที่อันตรายมากขึ้น การปรับตำแหน่งของนักเตะบางคนช่วยให้ทีมเจ้าบ้านมีความสมดุลมากขึ้นและสามารถสร้างโอกาสได้บ้าง แม้ว่าลิเวอร์พูลยังคงเป็นฝ่ายครองเกมเหนือกว่า

นาทีที่ 58 เป็นช่วงเวลาที่เวสต์แฮมได้ลุ้นประตูอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในเกม เมื่อลูคัส ปาเกต้า กองกลางมากความสามารถของทีมได้จังหวะยิงไกลที่ดูอันตราย แต่บอลหลุดกรอบไปเพียงนิดเดียว จังหวะนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลเจ้าบ้านและเป็นสัญญาณว่าพวกเขายังมีโอกาสในเกมนี้ แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถทำให้เป็นประตูได้

อย่างไรก็ตาม ความพยายามของเวสต์แฮมต้องเผชิญกับความท้าทายที่มากขึ้นเมื่อพวกเขาต้องใช้พลังงานอย่างมากในการกดดันและไล่บอล ขณะที่ลิเวอร์พูลยังคงควบคุมจังหวะเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การส่งบอลที่แม่นยำและการเคลื่อนที่อย่างมีแบบแผนของทีมเยือนทำให้เจ้าบ้านต้องวิ่งไล่บอลอย่างหนักซึ่งส่งผลต่อความสดชื่นของนักเตะในช่วงท้ายเกม

แนวรับของเวสต์แฮมเริ่มแสดงอาการเหนื่อยล้าและเกิดช่องว่างมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ลิเวอร์พูลรอคอยและพร้อมที่จะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ การเปลี่ยนตัวผู้เล่นของทั้งสองทีมในช่วงนี้มีผลต่อพลวัตของเกม โดยลิเวอร์พูลส่งนักเตะที่มีความสดชื่นลงมาเพื่อเพิ่มความคมชัดในแนวรุก ขณะที่เวสต์แฮมพยายามรักษาความสมดุลระหว่างการรุกและการรับ

ประตูที่ปลดล็อกและจุดเปลี่ยนของเกม

นาทีที่ 60 กลายเป็นช่วงเวลาสำคัญของเกม เมื่อลิเวอร์พูลสามารถปลดล็อกประตูแรกได้สำเร็จ จากการเล่นที่สวยงามระหว่างโกดี้ คักโป และอเล็กซานเดอร์ อิซัค คักโปส่งบอลหักกลับอย่างแม่นยำให้อิซัคที่วิ่งเข้ามาในจังหวะที่เหมาะสม และอิซัคไม่พลาดโอกาสครั้งนี้ด้วยการยิงยัดเสาแรกผ่านมืออเรโอล่าเข้าไปอย่างสวยงาม

ประตูนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับอเล็กซานเดอร์ อิซัค เพราะเป็นประตูแรกของเขาในพรีเมียร์ลีก หลังจากที่รอคอยมานาน การทำประตูในเกมที่สำคัญเช่นนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับนักเตะหนุ่มที่มีพรสวรรค์คนนี้ และเป็นการตอบแทนความไว้วางใจของโค้ชที่ให้โอกาสเขาลงเล่นอย่างต่อเนื่อง

การเสียประตูทำให้เวสต์แฮมต้องเปลี่ยนแผนการเล่นอย่างกะทันหัน พวกเขาต้องเปิดเกมมากขึ้นเพื่อหาประตูตีเสมอ แต่การทำเช่นนี้ก็เปิดช่องว่างให้ลิเวอร์พูลสร้างจังหวะโต้กลับที่อันตราย ความกดดันที่เพิ่มขึ้นทำให้นักเตะเวสต์แฮมเริ่มเล่นด้วยอารมณ์มากขึ้นและขาดความระมัดระวังในบางจังหวะ

สถานการณ์ของเวสต์แฮมแย่ลงไปอีกเมื่อลูคัส ปาเกต้า ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเตะสำคัญของทีม ถูกใบเหลืองที่สองและกลายเป็นใบแดงต้องออกจากสนาม การเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในช่วงท้ายเกมทำให้ความหวังของเจ้าบ้านในการกลับมาตีเสมอแทบจะหมดลง และยังต้องระวังการถูกทำประตูเพิ่มจากการโต้กลับของลิเวอร์พูล

การได้เปรียบด้วยผู้เล่นมากกว่าทำให้ลิเวอร์พูลควบคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์ พวกเขาใช้ความได้เปรียบนี้ในการครองบอลและรอจังหวะที่เหมาะสมในการบุก ขณะเดียวกันก็ระมัดระวังไม่ให้เวสต์แฮมมีโอกาสสวนกลับ การจัดการเกมอย่างฉลาดของทีมเยือนแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่และประสบการณ์ในการแข่งขันระดับสูง

ประตูปิดกล่องและชัยชนะที่สมบูรณ์

เมื่อเกมเข้าสู่ช่วงทดเวลา ลิเวอร์พูลยังคงรักษาความกดดันและมองหาโอกาสในการทำประตูเพิ่ม นาทีที่ 90+2 พวกเขาได้ประตูที่สองจากการเล่นที่สวยงามอีกครั้ง โจ โกเมซ แบ็คขวาที่ลงมาช่วยในแดนหน้า เปิดบอลให้โกดี้ คักโป ที่วิ่งเข้ามาในเขตโทษ คักโปรับบอลด้วยหน้าอกก่อนจะกลับตัวยิงด้วยเท้าขวาอย่างจังเข้าไปอย่างสวยงาม

ประตูที่สองนี้เป็นการปิดฉากเกมอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับลิเวอร์พูล และเป็นการตอกย้ำถึงคุณภาพที่เหนือกว่าของพวกเขาในเกมนี้ โกดี้ คักโป ที่ทำได้ทั้งแอสซิสต์และประตูในเกมนี้ แสดงให้เห็นถึงฟอร์มที่ยอดเยี่ยมและความสำคัญของเขาต่อทีม การแสดงของเขาในเกมนี้เป็นหนึ่งในการแสดงที่ดีที่สุดของเขาในฤดูกาลนี้

เวสต์แฮมที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนไม่สามารถสร้างโอกาสในการทำประตูได้อีก พวกเขาต้องยอมรับความพ่ายแพ้ในบ้านตัวเองด้วยสกอร์ 0-2 ซึ่งเป็นผลที่น่าผิดหวังสำหรับแฟนบอลเจ้าบ้าน แต่ต้องยอมรับว่าลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เล่นได้ดีกว่าอย่างชัดเจนในวันนี้

ชัยชนะนี้มีความหมายอย่างมากสำหรับลิเวอร์พูล ไม่เพียงแต่เป็นการหยุดสายแพ้ที่ 3 นัดติดต่อกัน แต่ยังเป็นการฟื้นฟูความมั่นใจของทีมและแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังคงเป็นหนึ่งในทีมที่น่ากลัวในพรีเมียร์ลีก การกลับมาคว้าชัยในเกมนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับเกมต่อๆ ไปของพวกเขา

ผลกระทบต่อตารางคะแนนและอนาคตของทั้งสองทีม

ชัยชนะนี้ทำให้ลิเวอร์พูลขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 8 ของตารางพรีเมียร์ลีกด้วยคะแนน 21 แต้ม ซึ่งเป็นการปรับอันดับที่สำคัญและช่วยให้พวกเขากลับมาอยู่ในกลุ่มทีมที่แข่งขันเพื่อตำแหน่งในยุโรปอีกครั้ง การเก็บ 3 คะแนนเต็มจากเกมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการไล่ตามทีมที่อยู่ด้านบนและรักษาความหวังในการจบฤดูกาลในตำแหน่งที่น่าพอใจ

สำหรับเวสต์แฮม ความพ่ายแพ้นี้เป็นอีกหนึ่งความผิดหวังในฤดูกาลที่ไม่ราบรื่นของพวกเขา การเสียแต้มในบ้านต่อทีมคู่แข่งโดยตรงในการแย่งตำแหน่งกลางตารางทำให้สถานการณ์ของพวกเขายากลำบากขึ้น พวกเขาจะต้องปรับปรุงฟอร์มอย่างเร่งด่วนหากต้องการหลีกเลี่ยงการตกอยู่ในโซนอันตรายของตาราง

การถูกใบแดงของลูคัส ปาเกต้า ยังเป็นปัญหาเพิ่มเติมสำหรับเวสต์แฮม เพราะเขาจะถูกแบนในเกมถัดไป ซึ่งทำให้ทีมขาดนักเตะสำคัญในแนวกลาง การขาดนักเตะคนสำคัญในช่วงที่ทีมต้องการคะแนนอย่างเต็มที่จะเป็นความท้าทายใหญ่สำหรับโค้ชในการหาทางแก้ไขและปรับทีมให้พร้อมสำหรับเกมต่อไป

ลิเวอร์พูลจะต้องใช้ชัยชนะนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างโมเมนตัมเชิงบวกต่อไป พวกเขาต้องรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีและความมุ่งมั่นที่แสดงในเกมนี้ไปใช้ในเกมต่อๆ ไป การกลับมาของความมั่นใจจะช่วยให้นักเตะเล่นได้อย่างเต็มศักยภาพและสร้างผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง

การแสดงของนักเตะอย่างอเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก และโกดี้ คักโป ที่ทำได้ทั้งแอสซิสต์และประตู เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของทีม การที่นักเตะสำคัญกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีจะช่วยเพิ่มตัวเลือกและความหลากหลายในการเล่นให้กับทีม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันในช่วงที่เหลือของฤดูกาล

เวสต์แฮมจะต้องวิเคราะห์ข้อผิดพลาดจากเกมนี้และหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน พวกเขาต้องปรับปรุงทั้งในด้านการรับและการรุกเพื่อให้สามารถแข่งขันกับทีมระดับกลางและล่างของตารางได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างความสามัคคีภายในทีมและการฟื้นฟูขวัญกำลังใจจะเป็นสิ่งสำคัญในการผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

แฟนบอลของทั้งสองทีมจะมีมุมมองที่แตกต่างกันต่อเกมนี้ สำหรับแฟนลิเวอร์พูล นี่คือการกลับมาที่พวกเขารอคอย และเป็นสัญญาณว่าทีมยังมีคุณภาพและศักยภาพในการแข่งขันในระดับสูง ขณะที่แฟนเวสต์แฮมจะต้องอดทนและให้กำลังใจทีมต่อไปในช่วงเวลาที่ท้าทายนี้

การแข่งขันในพรีเมียร์ลีกยังมีอีกหลายนัดที่เหลือ และทุกอย่างยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ลิเวอร์พูลจะต้องไม่ประมาทและต้องรักษามาตรฐานการเล่นให้สม่ำเสมอ ขณะที่เวสต์แฮมจะต้องสู้ต่อไปและหวังว่าจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้ในเกมต่อๆ ไป ความท้าทายยังคงรออยู่ข้างหน้าสำหรับทั้งสองทีม และพวกเขาจะต้องพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

เวสต์แฮมคืนชีพขุนค้อนปลดล็อกชัยในบ้านในรอบ 9 เดือน

สถิติระบุว่านักเตะนิวคาสเซิลวิ่งรวมกันกว่า 116.85 กิโลเมตร ซึ่งถือว่ามากกว่าฝั่งเจ้าบ้าน แต่ในทางรูปธรรม พวกเขากลับดู “เชื่องช้าและไร้ความมุ่งมั่น” หลังจาก เมอร์ฟี่ ยิงให้นำก่อนตั้งแต่ต้นเกม

เกมนี้ นิวคาสเซิลทำผิดพลาดบ่อยครั้งในการจ่ายบอล และสิ่งที่แฟนบอลคาดหวังมากที่สุด — “พลังของแดนกลาง” — กลับหายไปอย่างน่าผิดหวัง

สามประสานแดนกลาง ที่เคยถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในชุดที่แข็งแกร่งที่สุดของพรีเมียร์ลีก กลับไม่สามารถคุมจังหวะเกมได้เลย ทั้งบรูโน่, โจลินตัน และฌอน ลองสตาฟฟ์ ต่างดูขาดความกระตือรือร้นและเสียบอลง่าย

“ผมไม่ชอบภาษากายของลูกทีมเลย” — ฮาวกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

เวสต์แฮม จากเสียงประชด สู่การปลุกหัวใจนักสู้

ในทางกลับกัน ฝั่งเจ้าบ้านดูเหมือนจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ลูคัส ปาเกต้า และ แม็กซ์ คิลแมน (ซึ่งดันสูงมาช่วยเกมรุก) ต่างได้โอกาสยิงให้เห็นความอันตราย และบังคับให้ผู้รักษาประตูนิค โป๊ป ต้องโชว์ซูเปอร์เซฟหลายครั้ง

แต่สุดท้าย นิวคาสเซิลก็ไม่สามารถต้านแรงกดดันได้ — เวสต์แฮมตีเสมอ ก่อนจะพลิกขึ้นนำ และตอกฝาโลงด้วยประตูของซูเช็คในช่วงทดเวลา

นี่คือชัยชนะที่ไม่เพียงแต่ได้ “สามแต้ม” เท่านั้น แต่ยังช่วยปลดล็อกความกดดันที่กดทับทีมและแฟนบอลมาตลอดหลายเดือน

ภาพรวมและผลกระทบหลังเกม

I almost could've taken anyone off - Howe on defeat

ชัยชนะในบ้านนัดนี้ ถือเป็นครั้งแรกของเวสต์แฮมนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2025
พวกเขาใช้เวลาถึง เก้าเดือนเต็ม กว่าจะได้เฮในรังเหย้าอีกครั้ง

ขณะที่ฝั่งนิวคาสเซิล กลับต้องกลับไปทบทวนอย่างหนัก —

  • เกมเยือนที่ไร้ชัยตั้งแต่เดือนเมษายน

  • ปัญหาความมั่นใจและพลังของแดนกลาง

  • และฟอร์มที่แผ่วลงอย่างน่าเป็นห่วง แม้จะมี “ทีมสำรองคุณภาพ” มากมายก็ตาม

เอ็ดดี ฮาว อาจจะมีทีมที่ใหญ่พอสำหรับการเล่นหลายรายการ แต่หากจิตใจและความเข้มข้นไม่กลับมาเร็ว ๆ นี้ “สาลิกาดง” อาจเจอปัญหาหนักกว่าที่คิด

เสียงจากแฟนบอลและบรรยากาศหลังเกม

แฟนเวสต์แฮมหลายคนกล่าวหลังจบเกมว่า “มันเหมือนฝัน”
เพราะพวกเขาแทบลืมไปแล้วว่าการฉลองชัยชนะในบ้านรู้สึกอย่างไร

เสียงเชียร์ “I’m Forever Blowing Bubbles” ดังขึ้นอย่างกึกก้องหลังประตูที่สามของซูเช็ค — ไม่ใช่เพียงเพราะชัยชนะ แต่เพราะนี่คือ “สัญญาณของการกลับมาสู้” ของทีมขุนค้อน

 ทีมหนึ่งคืนชีพ อีกทีมหนึ่งหลับใหล

เกมนี้อาจดูเหมือนเป็นเพียงสามแต้มธรรมดาในพรีเมียร์ลีก
แต่ในความจริง มันคือ “จุดเปลี่ยนทางจิตใจ” ของทั้งสองทีม

  • เวสต์แฮม: ได้แรงผลักดันกลับมาอีกครั้งหลังความย่ำแย่ยาวนานในบ้าน

  • นิวคาสเซิล: ต้องเผชิญความจริงว่าพวกเขา “สูญเสียเอกลักษณ์” ที่เคยทำให้ทีมนี้น่ากลัว

เอ็ดดี ฮาว ยังมีเวลาแก้ไข แต่ต้องเริ่มจากสิ่งพื้นฐานที่สุด — ความมุ่งมั่นและความเชื่อใจในทีม

เพราะเมื่อ “พลัง” หายไป ต่อให้มีแท็กติกหรือคุณภาพนักเตะมากแค่ไหน
ทีมก็ไม่ต่างจากร่างไร้วิญญาณในสนาม —
และนั่นคือสิ่งที่นิวคาสเซิลต้องรีบกู้กลับมาก่อนจะสายเกินไป

เวสต์แฮม ตกลงคว้า คัลลัม วิลสัน ร่วมทีมลุยฤดูกาลใหม่

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ( West Ham United ) สโมสรฟุตบอลในศึก พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) ของ อังกฤษ ( England ) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้ตกลงคว้าตัว คัลลัม วิลสัน ( Callum Wilson ) อดีตนักเตะกองหน้าของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ( Newcastle United ) และ บอร์นมัธ ( Bournemouth ) มาร่วมทีมด้วยสัญญา 12 เดือน ในฐานะนักเตะเสรี หลังจากที่เขาถูกปล่อยตัวจาก นิวคาสเซิล ( Newcastle ) เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่แล้ว บีบีซี สปอร์ต ( BBC Sport ) ได้เผยข้อมูลเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ว่า เวสต์แฮม ( West Ham ) กำลังเจรจากับ วิลสัน ( Wilson ) เกี่ยวกับการย้ายมาร่วมทีมในฐานะนักเตะเสรี หลังจากที่เขาได้รับการปล่อยตัวจาก นิวคาสเซิล ( Newcastle ) เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่ผ่านมา และในปัจจุบัน ข้อตกลงได้เสร็จสิ้นแล้วสำหรับการที่ วิลสัน ( Wilson ) จะเข้าร่วมทีมของ เกรแฮม พอตเตอร์ ( Graham Potter ) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาล 2025-26 วิลสัน ( Wilson ) วัย 33 ปี ผู้ที่เคยได้รับเลือกเข้าทีมชาติ อังกฤษ ( England ) จำนวน 9 นัดระหว่างปี 2018 ถึง 2023 มีสถิติการทำประตูที่น่าประทับใจ โดยยิงไป 49 ประตูใน 130 นัดที่ลงเล่นให้กับ นิวคาสเซิล ( Newcastle ) อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถตกลงเรื่องสัญญาใหม่กับทางสโมสรได้

ปัญหาการบาดเจ็บและผลงานในช่วงหลัง อาจเป็นปัญหาที่ต้องพบเจอ

วิลสัน เวสต์แฮม

ช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา วิลสัน ( Wilson ) ประสบปัญหาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เขาลงเล่นได้จำกัด ในฤดูกาล 2024-25 เขาสามารถลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) ได้เพียง 18 นัด โดยเป็นตัวจริงเพียง 2 นัดเท่านั้น และในฤดูกาลก่อนหน้านั้น เขาลงเล่นได้ 20 นัด หลังจากประสบปัญหาการบาดเจ็บที่หน้าอก กล้ามเนื้อต้นขา และหลัง การบาดเจ็บเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเกมการเล่นของ วิลสัน ( Wilson ) ผู้ที่เคยเป็นหนึ่งในกองหน้าที่น่าเกรงขามในศึก พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) การที่เขาไม่สามารถรักษาฟอร์มและความต่อเนื่องในการลงเล่นได้ ทำให้ นิวคาสเซิล ( Newcastle ) ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับเขา ก่อนที่จะตัดสินใจเลือก เวสต์แฮม ( West Ham ) วิลสัน ( Wilson ) ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรใน พรีเมียร์ลีก ( Premier League ) รวมถึงมีตัวเลือกในการไปเล่นที่ เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ( Major League Soccer ) ใน สหรัฐอเมริกา ( United States ) อย่างไรก็ตาม เขาเลือกที่จะอยู่ต่อใน อังกฤษ ( England ) และเลือก เวสต์แฮม ( West Ham ) เป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของเขา

การตัดสินใจของ วิลสัน ( Wilson ) น่าจะมาจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงความมั่นใจที่เขามีต่อการทำงานของ เกรแฮม พอตเตอร์ ( Graham Potter ) ผู้จัดการทีมใหม่ของ เวสต์แฮม ( West Ham ) และโครงการการพัฒนาทีมของสโมสร

การเสริมทัพของ เวสต์แฮม ในซัมเมอร์นี้ทำได้น่าสนใจ

เวสต์แฮม ( West Ham ) ได้เสริมทัพอย่างต่อเนื่องในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยได้คว้าตัวนักเตะคุณภาพหลายคนมาร่วมทีม ได้แก่ ฌอง-แคลร์ โทดิโบ ( Jean-Clair Todibo ) กองหลังจาก ฝรั่งเศส ( France ) เอล ฮัดจี มาลิค ดิอุฟ ( El Hadji Malick Diouf ) ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ( Kyle Walker-Peters ) และ แดเนียล คัมมิงส์ ( Daniel Cummings ) นอกจากนี้ สโมสรยังแสดงความสนใจใน เจคอบ แรมซีย์ ( Jacob Ramsey ) กองกลางของ แอสตัน วิลล่า ( Aston Villa ) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของสโมสรในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งสำหรับฤดูกาลหน้า การเข้ามาของ วิลสัน ( Wilson ) ถือเป็นการเสริมทัพที่สำคัญสำหรับ เวสต์แฮม ( West Ham ) แม้ว่าเขาจะมีอายุ 33 ปีและประสบปัญหาการบาดเจ็บในช่วงหลัง แต่ประสบการณ์และความสามารถในการยิงประตูของเขายังคงเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับทีม เกรแฮม พอตเตอร์ ( Graham Potter ) น่าจะมีแผนในการใช้งาน วิลสัน ( Wilson ) อย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ของเขาในการช่วยทีมทำประตูในช่วงเวลาสำคัญการแต่งตั้ง เกรแฮม พอตเตอร์ ( Graham Potter ) เป็นผู้จัดการทีมใหม่ของ เวสต์แฮม ( West Ham ) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสโมสร พอตเตอร์ ( Potter ) ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการพัฒนาทีมและการเล่นฟุตบอลแบบสร้างสรรค์ น่าจะสามารถนำทีมไปสู่ความสำเร็จได้ การคว้าตัว วิลสัน ( Wilson ) มาร่วมทีมแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ พอตเตอร์ ( Potter ) ในการใช้นักเตะที่มีประสบการณ์มาช่วยทีม พร้อมกับการผสมผสานกับนักเตะหนุ่มที่มีศักยภาพ การเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาล 2025-26 ของ เวสต์แฮม ( West Ham ) กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และการเข้ามาของ วิลสัน ( Wilson ) น่าจะเป็นชิ้นส่วนสำคัญในแผนการของ เกรแฮม พอตเตอร์ ( Graham Potter ) ที่จะนำทีมไปสู่ความสำเร็จในฤดูกาลหน้า ความสำเร็จของข้อตกลงนี้จะขึ้นอยู่กับการที่ วิลสัน ( Wilson ) สามารถฟื้นฟูร่างกายและแสดงฟอร์มการเล่นที่ดีได้หรือไม่ หากเขาสามารถทำได้ เวสต์แฮม ( West Ham ) ก็จะได้กองหน้าที่มีประสบการณ์และความสามารถที่สามารถช่วยทีมทำประตูได้ในช่วงเวลาสำคัญ ก่อนที่ฤดูกาลจะเริ่มขึ้น เวสต์แฮม ( West Ham ) จะต้องยกระดับทีมให้ได้โดยเร็วที่สุดเพราะหากดูจากผลงานฤดูกาลที่แล้ว ถือว่าสร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอล เดอะ แฮมเมอร์ส อย่างชัดเจน ดังนั้นฤดูกาลนี้ถือเป็นฤดูกาลที่สำคัญมากๆ ของทั้ง เวสแฮมส์  รวมไปถึงตัวกุนซือ อย่าง เกรแฮม พอตเตอร์ ( Graham Potter ) เองก็ตาม

 

ลูคัส ปาเกต้า กองกลางเวสต์แฮม ในการพิจารณาคดีเรื่องการพนัน

ลูคัส ปาเกต้าจะให้การในการพิจารณาคดีของ FA ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ตามที่ Sky Sports News ทราบ การพิจารณาคดีที่ใช้เวลาสามสัปดาห์ได้เริ่มขึ้นในเดือนมีนาคมและถูกเลื่อนออกไป การพิจารณาคดีจะดำเนินต่อในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และปาเกต้าจะให้การต่อคณะกรรมการอิสระเป็นครั้งแรก

ข้อกล่าวหาต่อลูคัส ปาเกต้า

Allegations against Lucas Paqueta

ปาเกต้าถูกกล่าวหาในข้อหาล้มกีฬา (spot-fixing) 4 กระทงและขัดขวางการสอบสวนของ FA อีก 2 กระทงในเดือนพฤษภาคม 2024 หลังจากมีข้อกล่าวหาว่าเขาตั้งใจที่จะถูกคาดโทษในเกมพรีเมียร์ลีกเพื่อให้ครอบครัวและเพื่อนในบราซิลได้รับเงิน

กองกลางเวสต์แฮมไม่ได้วางเดิมพันด้วยตัวเอง เชื่อว่าการเดิมพันที่ถูกกล่าวถึงเป็นการวางเดิมพันโดยเพื่อนและครอบครัว โดยมีการเดิมพันประมาณ 60 รายการในวงเงินค่อนข้างน้อย

นักฟุตบอลทีมชาติบราซิลปฏิเสธการกระทำผิดอย่างแข็งขัน แต่ FA ได้กล่าวหาเขาเกี่ยวกับพฤติกรรมของเขาในการแข่งขันกับเลสเตอร์ในเดือนพฤศจิกายน 2022, แอสตัน วิลล่าในเดือนมีนาคม 2023, ลีดส์ในเดือนพฤษภาคม 2023 และบอร์นมัธในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

FA เตรียมลงโทษและท่าทีของสโมสร

FA กำลังขอให้มีการแบนปาเกต้าตลอดชีวิตหากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิด เวสต์แฮมไม่ได้แสดงความคิดเห็นเมื่อถูกติดต่อโดย Sky Sports News นอกจากนี้ยังได้มีการติดต่อ FA เพื่อขอความคิดเห็น

รายละเอียดข้อกล่าวหาจาก FA

ข้อกล่าวหาของ FA ระบุว่าปาเกต้าพยายาม "มีอิทธิพลต่อความคืบหน้า การดำเนินการ หรือแง่มุมอื่น ๆ หรือเหตุการณ์ในการแข่งขันเหล่านี้ โดยเจตนาที่จะได้รับใบเหลืองจากผู้ตัดสินเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมาะสมในการส่งผลกระทบต่อตลาดการเดิมพัน เพื่อให้บุคคลหนึ่งหรือมากกว่านั้นได้กำไรจากการเดิมพัน"

การตอบสนองของปาเกต้าต่อข้อกล่าวหา

ในคำแถลงในเวลานั้น ปาเกต้ากล่าวว่า "ผมรู้สึกประหลาดใจและไม่พอใจอย่างมากที่ FA ได้ตัดสินใจกล่าวหาผม เป็นเวลาเก้าเดือนที่ผมให้ความร่วมมือกับทุกขั้นตอนของการสืบสวนของพวกเขาและให้ข้อมูลทั้งหมดที่ผมสามารถให้ได้ ผมปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างสิ้นเชิงและจะต่อสู้ด้วยลมหายใจทุกอณูเพื่อทำให้ชื่อของผมใสสะอาด เนื่องจากกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ ผมจะไม่ให้ความเห็นเพิ่มเติมใด ๆ"

ความเป็นมาของคดี

การพิจารณาคดีของลูคัส ปาเกต้าได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ถูกเลื่อนออกไป ล่าสุดมีการเตรียมกลับมาพิจารณาต่อในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยปาเกต้าจะให้การต่อคณะกรรมการอิสระเป็นครั้งแรก ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการจงใจถูกคาดโทษในเกมพรีเมียร์ลีกเพื่อผลประโยชน์ทางการพนันของบุคคลอื่น

ผลกระทบหากถูกตัดสินว่ามีความผิด

หากลูคัส ปาเกต้าถูกตัดสินว่ากระทำความผิดจริง FA เตรียมลงโทษด้วยการแบนตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดและจะส่งผลกระทบต่ออาชีพนักฟุตบอลของเขาอย่างถาวร อย่างไรก็ตาม ปาเกต้ายังคงยืนยันความบริสุทธิ์และเตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

จุดยืนของเวสต์แฮม

ทางเวสต์แฮม สโมสรต้นสังกัดของปาเกต้า ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้เมื่อถูกสอบถามโดยสื่อ ขณะที่การพิจารณาคดียังดำเนินอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สโมสรจะรอให้กระบวนการทางกฎหมายและการพิจารณาของ FA เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการแสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการ

ความสำคัญของคดีนี้กับวงการฟุตบอล

คดีของลูคัส ปาเกต้าถือเป็นกรณีที่สำคัญสำหรับวงการฟุตบอลในแง่ของการต่อต้านการทุจริตและการพนันที่ผิดกฎหมาย การดำเนินการอย่างเข้มงวดของ FA แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความสุจริตของกีฬาฟุตบอล และการพิจารณาคดีนี้อาจเป็นบรรทัดฐานสำหรับกรณีที่คล้ายคลึงกันในอนาคต

หลักฐานและขั้นตอนการพิจารณาคดี

การพิจารณาคดีในครั้งต่อไปจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากปาเกต้าจะให้การต่อคณะกรรมการอิสระเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ยังต้องมีการพิจารณาหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเดิมพัน 60 รายการ และพฤติกรรมของปาเกต้าในเกมที่ถูกกล่าวหา การพิสูจน์ว่ามีการกระทำความผิดจริงหรือไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนและเชื่อมโยงกันอย่างแน่นหนา

ประวัติของลูคัส ปาเกต้า

ลูคัส ปาเกต้า นักฟุตบอลชาวบราซิลวัย 27 ปี เริ่มต้นอาชีพกับฟลูมิเนนเซ่ ในบราซิลก่อนย้ายมาเล่นในยุโรปกับเอซี มิลาน ในปี 2019 จากนั้นเขาได้ย้ายไปเล่นกับโอลิมปิก ลียง ในฝรั่งเศส ก่อนจะย้ายมาร่วมทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในปี 2022 ด้วยค่าตัวสถิติสโมสรประมาณ 51 ล้านปอนด์ ปาเกต้าเป็นหนึ่งในดาวเด่นของทีมและยังเป็นตัวหลักของทีมชาติบราซิล การที่เขาต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาร้ายแรงเช่นนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพการค้าแข้งของเขา

กฎระเบียบเกี่ยวกับการพนันในวงการฟุตบอล

FA มีกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับการพนันและการล้มกีฬา โดยนักฟุตบอลและบุคลากรในวงการฟุตบอลอังกฤษถูกห้ามไม่ให้เดิมพันในการแข่งขันฟุตบอลทั่วโลก ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับตนเองหรือไม่ก็ตาม กฎนี้ครอบคลุมไปถึงการแบ่งปันข้อมูลภายในที่อาจใช้เพื่อการพนัน และห้ามมีส่วนร่วมในการล้มกีฬาทุกรูปแบบ การละเมิดกฎเหล่านี้อาจนำไปสู่บทลงโทษร้ายแรง รวมถึงการแบนตลอดชีวิตในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด

กรณีการล้มกีฬาที่ผ่านมาในพรีเมียร์ลีก

กรณีของปาเกต้าไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการกล่าวหาเรื่องการล้มกีฬาในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในอดีตมีกรณีที่คล้ายคลึงกันหลายกรณี เช่น กรณีของคีแรน ทริปเปียร์ ที่ถูกแบน 10 สัปดาห์ในปี 2020 จากการแจ้งข้อมูลการย้ายทีมแก่เพื่อนเพื่อการพนัน อย่างไรก็ตาม กรณีของปาเกต้าถือว่าร้ายแรงกว่ามาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการจงใจทำผิดกฎในสนามเพื่อผลประโยชน์ทางการพนัน

ทีมทนายความของปาเกต้า

ปาเกต้าได้จัดเตรียมทีมทนายความชั้นนำเพื่อต่อสู้คดีนี้ โดยมีการวางแผนกลยุทธ์ในการแก้ต่างและรวบรวมหลักฐานที่จะช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขา ทีมกฎหมายของเขาได้ทำงานอย่างหนักในการตรวจสอบรายละเอียดของข้อกล่าวหาและการพิจารณาคดีที่กำลังจะมาถึง เชื่อว่าพวกเขาจะพยายามแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของปาเกต้าในเกมที่ถูกกล่าวหาเป็นส่วนหนึ่งของการเล่นฟุตบอลตามปกติ ไม่ได้มีเจตนาพิเศษใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน

ผลกระทบต่อเวสต์แฮม

กรณีของปาเกต้าส่งผลกระทบอย่างมากต่อเวสต์แฮม ในฐานะที่เขาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีม การขาดหายไปหรือการถูกแบนของเขาจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของทีมอย่างมาก นอกจากนี้ กรณีนี้ยังอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของสโมสรอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เวสต์แฮมยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ในเชิงวินัยกับปาเกต้า เนื่องจากยังรอผลการพิจารณาคดีจาก FA

มุมมองของแฟนบอล

แฟนบอลเวสต์แฮมและแฟนฟุตบอลทั่วไปมีความเห็นแบ่งออกเป็นสองฝ่ายเกี่ยวกับกรณีนี้ บางส่วนเชื่อในความบริสุทธิ์ของปาเกต้าและมองว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูลความจริง ในขณะที่บางส่วนรู้สึกผิดหวังและกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับทีมหากปาเกต้าถูกตัดสินว่ามีความผิด สื่อสังคมออนไลน์เต็มไปด้วยการถกเถียงเกี่ยวกับกรณีนี้ โดยมีทั้งการสนับสนุนและวิจารณ์ปาเกต้า

การสืบสวนของ FA และกระบวนการรวบรวมหลักฐาน

FA ได้ทำการสืบสวนอย่างละเอียดก่อนที่จะตั้งข้อกล่าวหากับปาเกต้า โดยมีการตรวจสอบข้อมูลการเดิมพันจากบริษัทรับพนันต่างๆ และวิเคราะห์พฤติกรรมของปาเกต้าในเกมที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังมีการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบการสื่อสารต่างๆ ที่อาจเชื่อมโยงกับการพนัน กระบวนการสืบสวนดังกล่าวใช้เวลานานหลายเดือนก่อนที่จะมีการตั้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ

ความสำคัญของคำให้การของปาเกต้า

การที่ปาเกต้าจะให้การต่อคณะกรรมการอิสระในการพิจารณาคดีครั้งต่อไปถือเป็นจุดสำคัญของคดีนี้ เนื่องจากจะเป็นโอกาสแรกที่เขาจะได้ชี้แจงและแสดงหลักฐานเพื่อปกป้องตัวเองอย่างเป็นทางการ คำให้การของเขาจะมีผลอย่างมากต่อการตัดสินของคณะกรรมการ และอาจเป็นตัวกำหนดอนาคตของเขาในวงการฟุตบอล

วูล์ฟส์ 1-0 เวสต์แฮม ประตูของยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซน

รายงานและไฮไลท์การแข่งขันฟรี เมื่อยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซน ทำประตูที่ 10 ของฤดูกาลนี้ พาวูล์ฟส์เอาชนะเวสต์แฮม 1-0 ที่โมลินิวซ์ ทีมของวิตอร์ เปเรร่า ตอนนี้นำหน้าโซนตกชั้น 12 คะแนน ขณะที่ "ขุนค้อน" ยังคงอยู่อันดับ 16

วูล์ฟส์ห่างโซนตกชั้น 12 คะแนนด้วยชัยชนะเหนือเวสต์แฮม

วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สามารถเก็บชัยชนะสำคัญด้วยการเอาชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-0 ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกที่สนามโมลินิวซ์ ส่งผลให้พวกเขาทิ้งห่างโซนตกชั้นเป็น 12 คะแนนและปัดเป่าความกังวลเรื่องการตกชั้นที่หลงเหลืออยู่สำหรับสโมสรแห่งมิดแลนด์นี้

ประตูชัยมาจากยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซน ซึ่งลูกยิงของเขาเปลี่ยนทิศทางหลังไปโดนแม็กซ์ คิลแมน อดีตกัปตันทีมวูล์ฟส์ แม้ว่าเวสต์แฮมจะพยายามทำประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกม แต่ทีมเจ้าบ้านก็สามารถรักษาความได้เปรียบไว้ได้ เป็นชัยชนะที่สมควรได้รับซึ่งสิ้นสุดความกลัวเรื่องการตกชั้นที่ยังหลงเหลืออยู่สำหรับสโมสร

เอวาน เฟอร์กูสัน ที่ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงครั้งแรกหลังจากยืมตัวมาเวสต์แฮม น่าจะทำประตูให้ทีมเยือนได้ในช่วงต้นเกม แต่เขาจัดการเท้าไม่ทันและไม่สามารถเข้าถึงบอลจากการเปิดของจาร์ร็อด โบเวน ได้อย่างเต็มที่ วูล์ฟส์จึงได้ทำให้เขาต้องเสียใจกับโอกาสที่พลาดไป

ประตูของสแตรนด์ ลาร์เซนอาจเป็นเพราะโชคช่วยบ้าง แต่วูล์ฟส์เล่นฟุตบอลได้อย่างน่าประทับใจ มาร์แชล มูเนตซี่ ยิงโดนคานในโอกาสที่น่าจะเพิ่มความได้เปรียบให้ทีมของวิตอร์ เปเรร่า เมื่อพวกเขาเริ่มมั่นใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีเชาว์ โกเมสเป็นผู้นำ

เกรแฮม พอตเตอร์ เปลี่ยนตัวผู้เล่นสามคนในช่วงพักครึ่ง และเวสต์แฮมก็ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตัวสำรองอย่างนิคลัส ฟูลล์ครูก ยิงโหม่งโดนคาน แต่โอกาสที่ดีที่สุดในการทำประตูตีเสมอเกิดขึ้นในนาทีที่ 89 เมื่อโทมัส ซูเช็ค ที่ลงมาเป็นตัวสำรองเช่นกัน ยิงเฉี่ยวออกไป

เวสต์แฮมพลาดโอกาสที่จะก้าวขึ้นนำหน้าท็อตแนมและเอฟเวอร์ตันในตารางคะแนน และยังคงอยู่อันดับ 16 เพียงหนึ่งอันดับและตอนนี้เหลือเพียงห้าคะแนนเหนือวูล์ฟส์ที่ตอนนี้สามารถนับได้ว่าจะมีการแข่งขันซ้ำกันในฤดูกาลหน้า เป็นข่าวร้ายสำหรับอิปสวิชและเลสเตอร์

การเปลี่ยนแปลงด้านการป้องกันของวูล์ฟส์

วูล์ฟส์เป็นทีมที่แตกต่างกันในแง่ของการป้องกันภายใต้การคุมทีมของเปเรร่า พวกเขาเสียไป 40 ประตูในเพียง 16 เกมก่อนที่เขาจะมาถึง ซึ่งเป็นสถิติที่แย่ที่สุดในพรีเมียร์ลีก มีเพียงน็อตติงแฮม ฟอเรสต์และคริสตัล พาเลซเท่านั้นที่รักษาความสะอาดได้มากกว่าวูล์ฟส์ตั้งแต่นั้นมา

ผลกระทบของเอ็มมานูเอล อักบาดูถูกแสดงให้เห็นอีกครั้งเมื่อเขาแสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในแนวรับ ในขณะที่แมตต์ โดเฮอร์ตี้ก็สร้างความประหลาดใจหลังจากถูกสร้างขึ้นใหม่ให้เป็นเซ็นเตอร์แบ็คฝั่งขวาภายใต้โค้ชชาวโปรตุเกส

แต่การป้องกันด้านหน้าแนวรับสามคนก็สำคัญพอกัน และเกมนี้ได้แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของคู่หูชาวบราซิลของวูล์ฟส์ อังเดรและเชาว์ โกเมส ความสามารถของพวกเขาทั้งในและนอกการครองบอลนั้นดีเกินไปสำหรับเวสต์แฮมในครึ่งแรก

ความดุดันของพวกเขาทำให้เปเรร่าต้องถอดออกคนใดคนหนึ่งเร็วกว่าปกติ ทั้งคู่ได้รับใบเหลือง ใบเหลืองของอังเดรทำให้เขาต้องถูกเปลี่ยนตัว เวสต์แฮมมีช่วงเวลาที่ดีที่สุดเมื่อเขาออกไป แต่ก็สายเกินไปสำหรับทีมของพอตเตอร์ที่จะแก้ไขความเสียหาย

ในขณะที่ความสนใจอยู่ที่ชาวบราซิลอีกคนหนึ่งอย่างมาเธอุส คูนญ่า มันมีนัยสำคัญที่เชาว์ โกเมสได้เซ็นสัญญาระยะยาวฉบับใหม่กับวูล์ฟส์ ตอนนี้เปเรร่ามีพื้นฐานการป้องกันที่จะให้ความหวังแก่วูล์ฟส์ว่าการสร้างทีมใหม่ของเขาจะให้ผลตอบแทนมากขึ้นในฤดูกาลหน้า

ความเห็นจากผู้จัดการทีม

Comments-from-the-team-manager

เปเรร่าเป็นผู้มีชีวิตชีวาบนม้านั่งตลอดเกม กระตุ้นให้แฟนบอลทีมเจ้าบ้านสนับสนุนทีม ต่อว่าผู้ตัดสินและเฉลิมฉลองอย่างบ้าคลั่งในตอนจบ ใบเหลืองที่เขาได้รับหมายความว่าเขาจะถูกพักการแข่งขันสำหรับการไปเยือนอิปสวิชในวันเสาร์

"มันยาก แต่คุณรู้ไหม ทำไมเราถึงรักสิ่งนี้ ทำไมเราถึงมีความหลงใหลในเกมนี้? เพราะเกมนี้เป็นแบบนี้ มันเป็นแบบนี้แหละ"

อ้างถึงความผิดพลาดในช่วงท้ายของโตติ โกเมสที่ทำให้ซูเช็คมีโอกาสทำประตูตีเสมอ เขากล่าวเพิ่มเติมว่า "โตติพยายามจะฆ่าฉัน เขาบอกฉันว่าตั้งใจ! ตั้งใจเลยนะ เขาพยายามจะฆ่าฉัน"

"แต่ในที่สุด คุณรู้ไหม นี่คือเหตุผลที่เกมนี้เป็นเกมที่ยอดเยี่ยม เพราะอารมณ์เป็นแบบนี้ เป็นแบบนี้ทุกครั้ง"

"เราอยู่ในช่วงเวลาที่ผมไม่สามารถเพลิดเพลินกับเกมได้ ผมไม่สามารถนั่งและเพลิดเพลินกับเกมได้ ผมต้องอยู่ตรงนั้น เล่นไปกับนักเตะของผม"

"เกมหน้า ไม่ได้ลงสนาม คุณรู้ไหม ผมจะไม่ได้ลงสนาม ผู้ช่วยโค้ชของผม [หลุยส์ มิเกล] ไม่ได้ลงสนาม พวกเราเป็นคนไม่ดี เป็นคนไม่ดีมากๆ"

เปเรร่าขอโทษพอตเตอร์หลังจบเกมสำหรับการเฉลิมฉลองอย่างเอิกเกริกในตอนจบ ยอมรับว่าเขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของเขาได้ และยืนยันว่าเขาไม่ได้มีเจตนาที่จะขาดความเคารพต่อผู้จัดการทีมเวสต์แฮม

"ผมบอกเขาว่า ผมขอโทษ แต่เราต้องการคะแนน และพวกเขาอยู่ในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังผ่อนคลาย [ในขณะที่] ยังคงเล่นเพื่อชนะ แต่ผมไม่ได้อยู่ในช่วงเวลานั้น"

"ผมไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่ผมสามารถควบคุมอารมณ์ได้ ผมไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่ผมสามารถอยู่ในตอนจบของเกมที่เราทำงานหนัก เราต่อสู้ เราทำดีที่สุดเพื่อชนะเกม และหลังจากนั้น โอเค"

"มันไม่ได้เป็นการไม่เคารพ มันเป็นความหลงใหลของผม ความหลงใหลของเรา"

พอตเตอร์เองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้

"ไม่ เราแค่คุยกันและเขากำลังบอกว่า ดูสิ พวกเขากำลังเฉลิมฉลองสามคะแนน พวกเขามีฤดูกาลที่ยากลำบากและเขามีผลกระทบที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ ดังนั้น ผมเข้าใจว่าพวกเขากำลังเฉลิมฉลองชัยชนะของพวกเขาและผมแค่แสดงความยินดีกับพวกเขา"

สรุป

การชนะ 1-0 เหนือเวสต์แฮมเป็นผลงานที่น่าประทับใจอีกครั้งสำหรับวูล์ฟส์ภายใต้การนำของวิตอร์ เปเรร่า ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของสโมสรนับตั้งแต่การมาถึงของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการป้องกัน

ในขณะที่เวสต์แฮมยังคงดิ้นรนสู่อันดับ 16 และมีเพียงห้าคะแนนเหนือวูล์ฟส์ ทีมของเปเรร่ากลับทำให้ตัวเองปลอดภัยจากการตกชั้นด้วยการอยู่ห่างจากโซนตกชั้น 12 คะแนน ซึ่งน่าจะเพียงพอที่จะรับประกันการอยู่ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า

คู่หูกองกลางชาวบราซิลอย่างอังเดรและเชาว์ โกเมสได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญในเกมนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขาเหนือกว่ากองกลางของเวสต์แฮมในครึ่งแรก แม้ว่าทีมของพอตเตอร์จะปรับปรุงในครึ่งหลังหลังจากการเปลี่ยนตัวสามครั้ง

วิตอร์ เปเรร่าแสดงความหลงใหลในช่วงท้ายเกม ซึ่งนำไปสู่การแลกเปลี่ยนที่ตื่นเต้นกับพอตเตอร์ แต่ทั้งสองกลับสงบลงหลังจากนั้น โดยเปเรร่าขอโทษสำหรับการเฉลิมฉลองที่มากเกินไปและพอตเตอร์ยอมรับคำขอโทษของเขาด้วยความเข้าใจ

ชัยชนะนี้เป็นข่าวร้ายสำหรับทีมที่อยู่ในโซนตกชั้นอย่างอิปสวิชและเลสเตอร์ เนื่องจากวูล์ฟส์ตอนนี้มีฐานะมั่นคงในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า และมีฐานที่แข็งแกร่งในการสร้างต่อภายใต้การนำของเปเรร่า

เวสต์แฮม ชั่งใจว่าจะปลด โลเปเตกี หรือไม่

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กำลังพิจารณาปลดฆูเลน โลเปเตกี ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม หลังจากผลงานที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของสโมสรในช่วงที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าฝ่ายบริหารได้เริ่มต้นพูดคุยกับเกรแฮม พ็อตเตอร์ อดีตผู้จัดการทีมเชลซีและไบรท์ตัน เกี่ยวกับโอกาสในการเข้ามารับตำแหน่งแทนโลเปเตกี ซึ่งความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้นในตำแหน่งผู้จัดการทีมของโลเปเตกี

โลเปเตกีซึ่งเข้ามาคุมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา มีเป้าหมายพาทีมปรับปรุงฟอร์มการเล่นและผลการแข่งขัน แต่หลังจากการพ่ายแพ้อย่างย่อยยับต่อทีมลิเวอร์พูล 0-5 และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-4 ในสองเกมล่าสุด ทำให้เวสต์แฮมตกไปอยู่อันดับที่ 14 ของตาราง โดยมีคะแนนนำโซนตกชั้นเพียง 7 คะแนน ซึ่งไม่เพียงพอต่อความมั่นใจของบอร์ดบริหารและแฟนบอล

นอกจากนี้ การที่เวสต์แฮมต้องเผชิญกับปัญหาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บ เช่น จาร์ร็อด โบเวน และมิคาอิล อันโตนิโอ ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้สโมสรต้องหาทางแก้ไขสถานการณ์ในระยะสั้นอย่างเร่งด่วน

ในขณะเดียวกัน เกรแฮม พ็อตเตอร์ ที่เคยสร้างชื่อเสียงจากการพาทีมไบรท์ตันโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก และเคยตกเป็นข่าวว่าจะมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ยืนยันว่าเขาพร้อมที่จะกลับมาทำงานในระดับสโมสร การพูดคุยระหว่างพ็อตเตอร์กับผู้บริหารของเวสต์แฮมที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียจึงกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ เวสต์แฮมจะลงเล่นในเกมเอฟเอคัพรอบสามกับแอสตัน วิลล่าในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าโลเปเตกีจะยังคงทำหน้าที่ผู้จัดการทีมในเกมนี้หรือไม่ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้แฟนบอลและวงการฟุตบอลจับตาดูการตัดสินใจของสโมสรในช่วงเวลาสำคัญนี้อย่างใกล้ชิด

ความกดดันต่อโลเปเตกี

แหล่งข่าวจากเวสต์แฮมปฏิเสธข่าวลือว่าโลเปเตกี วัย 58 ปี ได้ถูกปลดแล้ว แต่ยอมรับว่าเขากำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หลังจากผลงานไม่ดีในช่วงหลัง แม้จะเคยรอดพ้นจากการโดนปลดเมื่อเดือนที่แล้วด้วยชัยชนะในเกมกับวูล์ฟส์ ซึ่งนำมาซึ่งผลงานไร้พ่าย 4 นัด ซึ่งถือว่าดีที่สุดของฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้คาบ้านต่อลิเวอร์พูล 0-5 และการพ่ายแพ้ 1-4 ต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้เวสต์แฮมหล่นไปอยู่อันดับที่ 14 ของตาราง มีคะแนนนำโซนตกชั้นเพียง 7 คะแนน

การพูดคุยกับเกรแฮม พ็อตเตอร์

ทิม สไตด์เทน ผู้อำนวยการเทคนิคของเวสต์แฮม ถูกจับภาพขณะพูดคุยกับเกรแฮม พ็อตเตอร์ อดีตกุนซือเชลซีและไบรท์ตัน ซึ่งเคยตกเป็นข่าวกับตำแหน่งผู้จัดการทีมเวสต์แฮม ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย โดยแหล่งข่าวระบุว่าเป็นภาพถ่ายล่าสุด แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

โลเปเตกี และการเริ่มต้นที่ล้มเหลวกับเวสต์แฮม

โลเปเตกีถูกแต่งตั้งเข้ามาคุมทีมในช่วงซัมเมอร์ แทนที่เดวิด มอยส์ที่ออกจากทีมหลังหมดสัญญา อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถพัฒนาเกมการเล่นของทีมได้ ซึ่งเคยเป็นประเด็นที่มอยส์ถูกวิจารณ์อย่างหนักก่อนหน้านี้

พ็อตเตอร์ กับการกลับมาคุมทีม

West Ham weighing up whether to sack Lopetegui

เกรแฮม พ็อตเตอร์ อดีตผู้จัดการทีมออสเตอร์ซุนด์ สวอนซี และไบรท์ตัน ยังไม่ได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมใดตั้งแต่ถูกเชลซีปลดจากตำแหน่งในเดือนเมษายน 2023 หลังทำงานได้เพียง 7 เดือน ก่อนหน้านี้เขาเคยตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ แต่พ็อตเตอร์ได้ประกาศในเดือนกันยายนว่าเขาพร้อมกลับมาทำงานคุมทีมในระดับสโมสรอีกครั้ง

ความขัดแย้งในฝ่ายบริหาร

แหล่งข่าวภายในเวสต์แฮมยืนยันว่า สไตด์เทนไม่ได้ทำงานที่สนามฝึกซ้อมของสโมสรแล้ว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกรณีความขัดแย้งระหว่างมอยส์กับอดีตผู้อำนวยการเทคนิคจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นในช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว

ทางสโมสรระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้เพื่อให้สไตด์เทนสามารถทำงานเกี่ยวกับเป้าหมายการเสริมทีมในตลาดซื้อขายได้อย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันเวสต์แฮมต้องการหากองหน้าคนใหม่ เนื่องจากกัปตันทีม จาร์ร็อด โบเวน ได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าแตก และมิคาอิล อันโตนิโอได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเดือนที่ผ่านมา

ความไม่แน่นอนก่อนเกมเอฟเอคัพ

เวสต์แฮมจะลงเล่นนัดถัดไปในเกมเอฟเอคัพ รอบสาม โดยต้องบุกไปเยือนแอสตัน วิลล่าในวันศุกร์นี้ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าโลเปเตกีจะได้ทำหน้าที่คุมทีมข้างสนามในเกมดังกล่าวหรือไม่

นี่คือสถานการณ์ที่น่าจับตาของเวสต์แฮมในช่วงวิกฤตนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของทีมในช่วงที่เหลือของฤดูกาล

sbobet withdrawสมัครสมาชิก sbobet registerแจ้งฝากเงิน sbobet topupแจ้งถอนเงิน
register sbobet
contact line
contact callcenter chatcallcenter
Lucky Button